ข้อคํานึงก่อนการใช้วิตามินบี 1 เสริม

ข้อคํานึงก่อนการใช้วิตามินบี 1 เสริม

วิตามินบี เป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำไม่สามารถอยู่ในร่างกายได้นาน จึงต้องรับประทานต่อเนื่องเป็นประจํา วิตามินบีมีความแตกต่างจากวิตามินตัวอื่นคือไม่ได้มีตัวเดียว แต่เป็นกลุ่มวิตามิน ซึ่งวิตามินบีที่เราควรรู้จักและให้ความสําคัญมีดังต่อไปนี้

วิตามินบี 1 มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ไทอามีน (Thaiamine) เป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ ไม่สะสมในร่างกายเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกดูดซึมอย่างรวดเร็วเข้าสู่กระแสโลหิต เพื่อส่งไปยังตับ ไต และหัวใจ วิตามินบี 1 ทําหน้าที่เป็นเอนไซม์รวมในการเปลี่ยนกลูโคสให้เป็นพลังงาน ยิ่งเราใช้พลังงานมากเท่าไร เราก็ยิ่งต้องการวิตามินบี 1 มากขึ้นเท่านั้น นอกจากนั้นวิตามินชนิดนี้ยังมีส่วนช่วยในกระบวนการเผาผลาญอาหาร สังเคราะห์ไขมัน การทํางานของหัวใจ และควบคุมการทํางานของระบบประสาทให้เป็นปกติ ซึ่งหลายๆคนคงจะเคยได้ยินมาแล้วว่าการขาดวิตามินบี 1 จะทําให้เกิดโรคเหน็บชาได้

วิตามินบี 1 จากแหล่งอาหาร วิตามินบี 1 พบมากในอาหารประเภทธัญพืช เช่น รําข้าว ข้าวไม่ขัดผิว (ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง) ไข่แดง เนื้อหมู ตับ ปลา สัตว์ปีก ยีสต์ ถั่ว ถั่วฝัก มันฝรั่งต้ม เห็ดฟาง เป็นต้น

คุณประโยชน์ของวิตามินบี1

  • วิตามินบี 1 ขึ้นชื่อมากในแง่ของสารอาหารที่มีความสําคัญต่อระบบประสาท นอกจากจะช่วยบําบัดบรรเทาอาการเหน็บชาอย่างได้ผลแล้ว ยังส่งผลให้สุขภาพจิตแจ่มใสอีกด้วย
  • ช่วยให้เจริญอาหาร มีผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยเฉพาะในเด็ก
  • ช่วยปรับปรุงกล้ามเนื้อกระเพาะอาหาร ลําไส้เล็ก และ หัวใจ
  • ช่วยย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องผูก
  • ช่วยป้องกันการสะสมของไขมันส่วนเกินที่ผนังเส้นเลือดแดง
  • ช่วยป้องกันและบรรเทาการเสื่อมสภาพของร่างกาย จากการดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่
  • ช่วยบรรเทาอาการเมาต่างๆ เช่น เมาคลื่น เมารถ ได้ดี
  • ลดอาการแพ้อากาศ
  • ในผู้ป่วยที่เป็นโรคงูสวัด การรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี 1 ในปริมาณที่มากพอจะช่วยให้หายป่วยจากโรคเร็วขึ้น
  • บรรเทาอาการปวดหลังจากการผ่าตัด

ผลจากการขาดวิตามินบี 1

  • การเจริญเติบโตของเด็กหยุดชะงัก
  • การทํางานของระบบประสาทและหัวใจไร้ประสิทธิภาพ
  • หัวใจมีขนาดโตขึ้น
  • ทําให้เกิดโรคเหน็บชา
  • กล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ย เกิดอาการกระตุก แขนขาอ่อนแรง นานวันเข้าอาจเป็นอัมพาตได้
  • เกิดอาการท้องผูก เบื่ออาหาร อาหารไม่ย่อยน้ำหนักลด
  • มีอาการบวมตามแขน ขา
  • ตับโต
  • อ่อนเพลีย
  • การขาดวิตามินบี 1 จะทําให้เนื้อสมองถูกทําลายส่งผลให้เกิดอาการความจําเสื่อม ซึมเศร้า กระสับกระส่าย
  • หญิงตั้งครรภ์ที่ขาดวิตามินบี 1 จะส่งผลให้ทารกในครรภ์ขาดสารอาหารดังกล่าวไปด้วย เมื่อคลอดออกมาเด็กจะร้องเสียงแหบแห้ง ตัวเขียวคล้ำ

ผลจากการรับวิตามินบี 1 มากเกินไป

ยังไม่มีรายงานว่า การรับประทานอาหารที่มีวิตามินซี ในปริมาณมากก่อให้เกิดความเป็นพิษใดต่อร่างกาย เหตุที่เป็นดังนี้ก็เพราะวิตามินบี 1 ละลายในน้ำ ดังนั้นร่างกายจึงไม่สามารถสะสมวิตามินบี 1 ไว้ได้นั่นเอง

เกี่ยวกับการเสริมวิตามินบี 1

คุณอาจจะพิจารณาเลือกรับประทานวิตามินบี 1 เป็นส่วนเสริมด้วยตนเองได้ตามความจําเป็นเพราะเท่าที่เคยมีการลองให้ผู้ใหญ่รับประทานวิตามินบี 1 สูงถึง 100 มิลลิกรัมต่อวัน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวก็ยังไม่ปรากฏผลลัพธ์ที่เป็นอันตรายแต่ประการใด แต่ถึงกระนั้นก็ต้องระวังไม่ให้มากเกินกว่า 3 กรัม ต่อวัน (ซึ่งก็ไม่มีความจําเป็นที่คุณต้องรับประทานวิตามินบี 1 มากมายขนาดนั้นอยู่แล้ว) เพราะในปริมาณเท่านี้อาจทําให้เกิดความผิดปกติบางประการต่อร่างกายได้ นอกจากนั้นการเสริมวิตามินบี 1 ร่วมกับการรับประทานวิตามินบี 2 และปี 6 จะ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานของวิตามินบี 1 ในร่างกายให้ดีขึ้นด้วย

วิตามินบี 1 กับการบําบัดรักษา มีคํากล่าวอ้างว่าวิตามินบี 1 มีส่วนช่วยให้การบําบัด รักษาอาการของโรคดังต่อไปนี้ทุเลาลงได้

  • โรคอัลไซเมอร์ (ช่วยเพิ่มความจํา)
  • โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง
  • อาการอยากน้ำตาล

เสริมวิตามินบี 1 ทางเลือกที่เหมาะสําหรับใคร

  • นอกเหนือจากที่กล่าวไปแล้วข้างต้น คุณอาจจําเป็นต้องพิจารณาวิตามินบี 1 เป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพ หากอยู่ในข่ายดังต่อไปนี้
  • มีอาการขาดวิตามินบี 1
  • เป็นโรค “เบอริเบอรี่” (Beriberi) ซึ่งเกิดจากการขาดวิตามินบี 1 อย่างรุนแรง
  • เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง
  • มีโรคประจําตัวเป็นโรคกระเพาะ ทําให้ต้องรับประทานยาลดกรดในกระเพาะเป็นประจํา ซึ่งยาลดกรดจะไปทําลายวิตามินบี 1 ในกระเพาะอาหารให้เหลือน้อยลงด้วย
  • ผ่าตัดกระเพาะอาหารบางส่วนออกแล้ว
  • มือเป็นเหน็บ
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายเป็นประจํา
  • มีอาการซึมเศร้า
  • มีรูปแบบการดําเนินชีวิตที่เคร่งเครียดมากเป็นประจํา
  • ชอบออกกําลังกายหนักหักโหม
  • อาหารที่รับประทานในชีวิตประจําวันล้วนมีแต่ของหวาน และแป้งขาวเสียเป็นส่วนใหญ่
  • มีอาการท้องร่วง หรือเป็นไข้นานอย่างต่อเนื่อง
  • สตรีที่รับประทานยาคุมกําเนิดเป็นประจํา
  • ผู้ที่มีอายุเกิน 55 ปี อาจต้องลองพิจารณาว่าจะเลือกรับประทานวิตามินบี 1 เป็นการเสริมหรือไม่ เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ประสิทธิภาพในการใช้วิตามินบี 1 ของคนเราจะน้อยลงไปด้วย

ปริมาณที่แนะนํา 3-9 มิลลิกรัม : วัน เพื่อบํารุงสุขภาพ และ 29-100 มิลลิกรัม : วัน เพื่อการบําบัดรักษา *การรับประทานวิตามินบี 1 เสริมโดยทั่วไปให้รับประทาน 1 เม็ดหลังอาหาร ในปริมาณวันละ 100 มิลลิกรัม

ข้อพึงคํานึงก่อนการใช้วิตามินบี 1 เสริม

  • เมื่อมีอาการเจ็บป่วย เครียด รู้สึกว่าตนเองไม่ค่อยแข็งแรงโดยเฉพาะหลังการผ่าตัด สามารถใช้วิตามินบี 1 ช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ แต่ควรรับประทานควบคู่กับวิตามินบีรวม
  • อ่านฉลากที่แนะนําบนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้ละเอียด และใช้อย่างระมัดระวัง
  • เมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลใดๆ หากเคยมีอาการแพ้วิตามินบี 1 ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ
  • สตรีมีครรภ์ สตรีในระยะให้นมบุตร ควรพิจารณาแหล่งวิตามินบี 1 ที่มาจากอาหารเป็นอันดับแรก เพราะการได้รับวิตามินบี 1 ในปริมาณมากเกินไปอาจส่งผลต่อทารกได้