Development และ Unlearn

Development

(อ่านว่า ดิเฝล-อัพเม็นท) หมายถึง การพัฒนาในทุกด้าน ทั้งการพัฒนาความรู้ ทักษะความสามารถ และทัศนคติของบุคลากรในองค์กรทุกระดับ เพื่อสร้างความพร้อมแก่พนักงาน ให้สามารถรับผิดชอบงานได้หลากหลาย หรือมีคุณค่างานสูงขึ้น เพื่อเข้าสู่การเติบโตก้าวหน้าในอาชีพการงานที่กําหนด หรือมีการจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า (Career Development Plan)

การพัฒนาคนเป็นสิ่งจําเป็นที่องค์กรจะต้องมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และต้องมีกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ เมื่อคนได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้อง เหมาะสมแก่เวลา จะมีผลโดยตรงกับการเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรในยุคของการแข่งขันที่ให้น้ำหนักเรื่องความรู้ของคน (Knowledge Worker Age) เป็นปัจจัยสําคัญที่จะทําให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน

การพัฒนาที่มีประสิทธิผลนั้น มีคําศัพท์ที่เกี่ยวข้องและต้องคํานึงถึงอยู่หลายคํา ได้แก่

Development Program โปรแกรมการพัฒนาบุคลากรต้องเริ่มจากการพิจารณาทิศทางกลยุทธ์ขององค์กร และต้องถอดรหัสเพื่อมากําหนดเป็นชุดความรู้ ความสามารถของพนักงาน ผู้บริหาร ที่สําคัญและจําเป็น (Core Competency) เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ตามภารกิจและเป้าหมายขององค์กร จากนั้นจึงมากําหนดหมวดหมู่การพัฒนา ออกแบบแนวทางการพัฒนา และกําหนดกลุ่มเป้าหมาย มีกระบวนการประเมินวัดระดับความสามารถต่อไป

ปนา คติ

Development Impact ประสิทธิผลของการพัฒนา ด้วยการแข่งขันที่สูงขึ้น จําเป็นต้องพัฒนาคนอย่างเร่งรัดและหวังผลได้ เนื่องจากต้องคํานึงถึงเรื่องต้นทุนด้วย ดังนั้นจึงควรเลือกรูปแบบการพัฒนาอย่างแม่นยํา และคุ้มค่าแก่การลงทุน

การวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิผลในการพัฒนา พบว่าการเรียนรู้เชิงการศึกษาในห้องเรียนหรือห้องฝึกอบรมสัมมนา (Education Base) ให้ประสิทธิผลไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับการได้รับการแนะนํา สอนงาน การรับข้อมูลป้อนกลับจากหัวหน้างานหรือผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งการเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ โดยตรง (Relationship Base) และที่ให้ประสิทธิผลสูงขึ้น คือ การเรียนรู้จากการมีประสบการณ์จริง (Experience Base) เช่น การหมุนเปลี่ยนหน้าที่งาน การได้รับมอบหมายงานที่ท้าทาย และแตกต่างจากความรับผิดชอบเดิมอย่างชัดเจน เป็นต้น

การพัฒนาจําเป็นต้องมีกระบวนการต่อเนื่อง และอาศัยการออกแบบการพัฒนาให้มีลักษณะผสมผสาน ทั้งให้ได้รับการศึกษาเรียนรู้ ให้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนกับผู้อื่น เพื่อเพิ่มความสามารถให้สูงขึ้น และจัดให้มีโอกาสลงไปฝึกภาคสนาม เพื่อให้มีประสบการณ์จริงหรือประสบการณ์จําลอง เพื่อเร้าให้เกิดการดึงศักยภาพความสามารถนั้นมาใช้ในการทํางาน และทําให้พนักงานเกิดความมั่นใจ พร้อมสร้างผลงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

การพัฒนาจะเกิดขึ้นในตัวบุคลากรอย่างต่อเนื่อง หากองค์กรส่งเสรมวัฒนธรรม การเรียนรู้ มีกิจกรรมในการสร้างชุมชนนักปฏิบัติหรือผู้เชียวชาญ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีระบบการบริหารจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) เพื่อให้เป็นแหล่งจัดเก็บการเรียนรู้ให้อยู่กับองค์กร ความรู้อันเกิดจากประสบการณ์จริงนั้น จะได้นํามาถ่ายทอดรุ่นสู่รุ่นและเกิดการต่อยอดความรู้ต่อไปด้วย

เมื่อพนักงานได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ผนวกกับองค์กรส่งเสริมวัฒนธรรม การเรียนรู้อย่างเต็มที่ คนในองค์กรก็จะมีทักษะสําคัญคือ “รู้ว่าจะเรียนรู้อย่างไร (Learn How to Learn)” ซึ่งถือเป็นอุปนิสัยที่ก่อให้เกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ของพนักงาน พร้อมผลักดันตนเองให้มีความรู้ทันต่อภารกิจที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งแสวงหาองค์ความรู้ เพื่อนํามาสนับสนุนส่งเสริมให้การทํางานของตนมีประสิทธิภาพ ยิ่งๆ ขึ้นไปได้โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้เขาสามารถเรียนรู้ได้อย่างไม่รู้จบ นั่นจึงถือว่าเป็นการพัฒนาที่แท้จริง

Unlearn

ตัวอักษร “บ” ที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดสําคัญในการพัฒนาบุคลากร ขอเสนอคําว่า “Unlearn”

Unlearn (อ่านว่า อันเลิร์น) หมายถึง การละทิ้งความรู้เดิม การไม่ยึดติดกับสิ่งที่เคยเรียนรู้มา การเลิกนิสัยเดิม การลบล้าง ความเชื่อที่เคยมี

ความสามารถในการละทิ้งความรู้เดิม มีความสําคัญต่อการพัฒนาการเรียนรู้ ใหม่ๆ มีผู้รู้เคยกล่าวไว้ว่า “คนที่ไม่มีความรู้ในทศวรรษที่ 21 ไม่ได้หมายถึงคนที่ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ แต่หมายถึงคนคนนั้นไม่มีความสามารถในการละทิ้งความรู้เดิม แล้วเริ่มเรียนรู้ใหม่ได้”

ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนและสภาวการณ์ที่ยากต่อการคาดเดา และเต็มไปด้วยความคลุมเครือนั้น องค์กรจะต้องมีพัฒนาการเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง จึงจะสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลง หรือสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ให้เกิดความสําเร็จที่แตกต่างจากเดิมได้

ทรัพยากรบุคคลในองค์กรเท่านั้นที่จะสามารถเพิ่มพูนการเรียนรู้ เพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของบุคลากร ถือว่ามีความจําเป็นและความสําคัญยิ่งต่อความสําเร็จระยะยาวขององค์กร

แนวคิดการพัฒนาการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง ประกอบด้วย

Learn การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การขวนขวายแสวงหาความรู้หรือข้อมูลใหม่ๆ เพิ่มเติม

Unlearn คือการพร้อมที่จะละทิ้งสิ่งที่เคยเรียนรู้มา ไม่ยึดติดความรู้หรือประสบการณ์เดิม สามารถตั้งข้อสังเกตหรือข้อสงสัยสิ่งที่เคยปฏิบัติมา หรือกระบวนการที่เคยใช้มาช้านาน การลบล้างความเชื่อเก่าๆ วิธีการเดิมๆ ไม่ได้หมายความว่า เราจะละทิ้งบทเรียนและประสบการณ์ที่สั่งสมมาทั้งหมด แต่เราไม่นํามาขัดขวางหรือปิดกั้นการเรียนรู้ใหม่

Relearn คือนําสิ่งที่เคยรู้มาทบทวน วิเคราะห์ สังเคราะห์ ด้วยมุมมองใหม่ เพื่อเพิ่มพูน ต่อยอดความรู้ และทําให้ความรู้ของเราสดใหม่ ทันสมัยตลอดเวลา

ผู้นํามีบทบาทสําคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้ทีมงาน Unlearn หรือเลิกยึดติดกับสิ่งที่เคยรู้มา เพื่อก้าวข้ามไปสู่การเรียนรู้ใหม่ได้ดียิ่งขึ้น โดยสามารถดําเนินการ ดังต่อไปนี้

  • เริ่มจากผู้นําหรือหัวหน้าทีมทําตนเป็นแบบอย่างที่ดี ด้วยการแสวงหาความรู้ใหม่ๆตลอดเวลา และนําความรู้เหล่านั้นมาแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้กับทีมงานเป็นระยะๆ พร้อมกับกระตุ้นให้สมาชิกในทีมขวนขวายหาความรู้หรือข้อมูลมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างต่อเนื่อง
  • สื่อสารให้ทราบความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ให้ทีมงานทราบ พร้อมทั้งถือโอกาสระบุความคิด / หรือแนวปฏิบัติเดิมที่อาจจะไม่สอดกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป ชี้แจงให้เห็นอุปสรรคของการยึดแนวคิดหรือวิธีการเดิมให้แก่ทีมงาน และเน้นให้เห็นถึงผลดีของการยกเลิกความคิด ความเชื่อ หรือวิธีการเดิม โดยหยิบยกตัวอย่างให้ทีมงานเห็นภาพชัดเจน
  • เป็นโค้ชคอยให้คําแนะนํา ช่วยเหลือ โดยหัวหน้าทําหน้าที่คอยสอดส่องพฤติกรรมของสมาชิกในทีม หากพบว่าลูกทีมมีพฤติกรรมที่ไม่กระตือรือร้นต่อการเรียนรู้ใหม่ ๆ ยังยึดติดความคุ้นเคยหรือประสบการณ์เดิมๆ ก็สามารถให้คําปรึกษา หรือให้ข้อมูลป้อนกลับได้ว่า พฤติกรรมดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อเขาและผู้อื่นอย่างไร และหากปรับมุมมองและเปิดใจ เขาจะได้ประโยชน์อะไร เป็นต้น

กระบวนการเรียนรู้ที่เริ่มต้นการแสวงหาความรู้ และไม่หยุดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ยอมติดกับดักหรือจมกับความรู้เดิมที่เคยมี และการเปิดใจพร้อมที่จะเจียระไนความรู้ให้เปล่งประกายคมชัดมากขึ้น ก็จะทําให้บุคลากรรู้วิธีที่จะเรียนรู้ (Learn How to Learn) ซึ่งความสามารถนําพาองค์กรเดินทางผ่านความผันผวนการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่สิ้นสุด