High Performance Organization และ Leadership

High Performance Organization

ตัวอักษร “H” ขอเสนอคําว่า High Performance Organization (อ่านว่า ไฮเพอร์ฟอร์แม็นซ์ออร์กะไนเซ’เชิน หรือเรียกกันโดยย่อว่า HPO)

High Performance Organization (HPO) หมายถึง องค์กรที่มีผลประกอบการที่ดีมีศักยภาพที่เติบโต และประสบความสําเร็จได้อย่างยั่งยืน ถือเป็นเป้าหมายหลักของทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ซึ่งการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรที่มีประสิทธิผลสูง หรือเป็นองค์กร HPO นั้น ไม่ได้เกี่ยวกับขนาดขององค์กร แต่เกี่ยวข้องกับการบริหารองค์กรให้มีปัจจัยแห่งความสําเร็จได้ครบถ้วน และบริหารจัดการให้เกิดความต่อเนื่องได้

จากการศึกษาวิจัยของสถาบัน AMA (AMA Institute for Corporate Productivity of High Performance Organization) พบว่า องค์ประกอบสําคัญ 5 ด้านที่ต้องบริหารจัดการเพื่อพัฒนาองค์กรสู่การเป็นองค์กร HPO ที่มีความสําเร็จอย่างยั่งยืนนั้นประกอบด้วย

  • ด้านกลยุทธ์ขององค์กร (Strategy)

มีการกําหนดกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับปรัชญาการดําเนินงานขององค์กร และสามารถกําหนดกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด มีความกระจ่างชัดเพียงพอที่จะนําไปสู่การวางแผนงาน และการปฏิบัติงานต่อไปได้

  • ด้านลูกค้า (Customer)

มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า และไม่หยุดที่จะค้นหาความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อส่งมอบบริการที่โดดเด่น แตกต่าง ไปยังลูกค้าหลากหลายเหล่านั้นให้ได้รับสินค้าและบริการที่ตรงใจ

  • ความเป็นผู้นํา (Leadership)

ผู้นําต้องมีความสามารถในการสื่อสาร สามารถทําให้ทีมงานเข้าใจเป้าหมายในการดําเนินงานไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างชัดเจน สามารถสร้างทีมงานที่มีประสิทธิผลและพัฒนาความไว้วางใจ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี นอกจากนี้ผลการวิจัยของทาง AMA ยังพบว่า นโยบายด้าน HR และระบบงาน HR ต่างๆ ที่สร้างสรรค์ และมีประสิทธิภาพนั้น มีผลอย่างมากในการพัฒนาภาวะผู้นําให้เกิดขึ้นกับทุกคนในองค์กรด้วย

  • โครงสร้างและกระบวนการในการทํางาน (Structure and Processes)

มีการจัดโครงสร้างและจัดกระบวนการทํางานที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างคล่องตัว รวดเร็ว และสร้างสรรค์ รวมทั้งมีการออกแบบงานที่เพิ่มคุณค่าต่อพนักงานและองค์กรมีการนําเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานให้มากยิ่งขึ้นด้วย

  • ค่านิยมร่วมขององค์กร (Core values and Beliefs)

มุ่งเน้นการกําหนดค่านิยมขององค์กรที่ส่งเสริมปรัชญาและกลยุทธ์หลักขององค์กร เพื่อหล่อหลอมวัฒนธรรมการทํางานของพนักงาน โดยส่วนใหญ่องค์กร HPO จะเน้นการทํางานด้วยคุณธรรม จริยธรรม มีการส่งเสริมให้พนักงานใช้วิจารณญาณในการปรับปรุงประสิทธิภาพของการทํางาน และตระหนักถึงการตอบแทนสังคม

นอกจากนี้องค์กร HPO จะต้องหมั่นตรวจสอบสุขภาพขององค์กรเป็นระยะๆ โดยนําเครื่องมือ Organizational Diagnostic Survey มาสํารวจประเมินวัดประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์กรทั้ง 5 ด้าน เพื่อให้ทราบสุขภาวะขององค์กร สามารถบริหารจัดการได้ตรงประเด็นปัญหาและทันเวลา จะทําให้มั่นใจได้เลยว่าทั้ง 5 ด้านนั้นมีความเชื่อมโยงส่งเสริมกัน และมีการพัฒนายกระดับทุกด้านอย่างมั่นคงแข็งแรง

แม้หนทางการเป็นองค์กร HPO อาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในหลายๆ องค์กรแต่เป็นการยืนยันและย้ำเตือนว่าความสําเร็จที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นเอง และไม่ได้เป็นเรื่องเอิญ แต่ต้องใช้การบริหารจัดการอย่างจริงจัง โดยอย่างน้อยๆ องค์กรนั้น ต้องมุ่งเน้นไปยังทั้ง 5 ด้านดังกล่าว เปรียบเสมือนองค์กรที่มีสมองไว้ไตร่ตรองกลยุทธ์ที่ถูกต้อง มีสองมือที่ใช้ดําเนินงานต่างๆ และมีขาทั้งสองข้างที่ก้าวไปสู่ความสําเร็จ ร่วมกันซึ่งทําให้องค์กรเป็นองค์กรที่ คนในก็ชอบ คนนอกก็ชื่นชม

Leadership

คําศัพท์สําคัญที่ขึ้นต้นด้วย L ในการบริหารและพัฒนาบุคลากร ให้พร้อมต่อการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน AEC คือ L – Leadership

Leadership (อ่านว่า ลีเดอชิพ) แปลว่า ความเป็นผู้นํา ซึ่งหมายถึง ความสามารถในการนําเชิงพฤติกรรม

ความเป็นผู้นําจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสําคัญที่ทําให้องค์กรประสบความสําเร็จอย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้องค์กรทั้งหลายต่างพากันทุ่มทุนเรื่องการพัฒนาผู้นํา โดยจัดให้มีโครงการที่เกี่ยวข้องหลายอย่างเช่น “การสร้างผู้นําในอนาคต” หรือโครงการดาวเด่น การสร้างผู้นําทดแทน (Talent Management & Succession Plan) เป็นต้น ซึ่งมีการกําหนดคุณลักษณะของผู้นําที่ต้องการ และแนวทางการพัฒนาผู้นําไว้อย่างชัดเจน รวมถึงการดําเนินกิจกรรมการพัฒนาความเป็นผู้นําที่ใช้วิธีการพัฒนาแบบผสมผสานหลากหลายวิธี ถือเป็นการลงเม็ดเงินในการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ความเป็นผู้นําให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

การบรรยายเรื่องการพัฒนาผู้นําของอาจารย์ราจีพ (Rajeev Peshawaria) CEO Of The Iclif Leadership and Governance Center ที่ทางสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) เชิญมาปาฐกถาให้กับผู้นําองค์กร และกลุ่มวิชาชีพด้านพัฒนาบุคลากร ได้เสนอผลสรุปของการสํารวจวิจัย เรื่องการพัฒนาผู้นําองค์กร ดังนี้

  • องค์กรชั้นนําส่วนใหญ่ ลงทุนเรื่องของการพัฒนาผู้นําในสัดส่วนที่สูงกว่าการพัฒนาด้านอื่นๆ
  • การพัฒนาผู้นําส่วนใหญ่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการเป็นผู้นํา อาทิ การกําหนดวิสัยทัศน์ การคิดเชิงกลยุทธ์ การบริหารการเปลี่ยนแปลง การสื่อสารที่สร้างแรงบันดาลใจ การรับฟัง การครองใจคน ฯลฯ
  • ผู้นําที่ได้รับการพัฒนา แม้จะมีทักษะการนําที่ดี แต่ก็ยังไม่สามารถเป็นผู้นําที่มีประสิทธิผล โดยเฉพาะช่วงเผชิญสถานการณ์ที่ยากลําบาก
  • ความคุ้มค่าต่อการลงทุน (ROI) ด้านการพัฒนาผู้นํายังอยู่ในระดับต่ำ เพราะไม่สามารถสร้างผู้นําที่แท้จริงได้ ทั้งในเชิงคุณลักษณะ และในเชิงจํานวนของการสร้างผู้นําตามที่องค์กรต้องการ

คําถามสําคัญที่ตามมาคือ จะมีวิธีสร้างผู้นําอย่างไร? เพราะความเป็นผู้นํานั้นเป็นทั้งศาสตร์ และศิลป์ ผลการวิจัยค้นพบว่า ผู้นําที่แท้จริงในทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าท่านมหาตมะคานธี, เนลสัน มันเดลา, แจ็คเวล แห่ง GE ทุกท่านที่เอ่ยมานี้คือ ผู้ที่มีพลังจิตใจ หรือ พลังเชิงอารมณ์ (Emotional Energy) มากกว่า ด้าน Rational Energy และพบว่าพลังทางใจที่ยืนหยัดอย่างเข้มแข็งดูเหมือนเป็นพลังงานที่ไม่มีวันหมดสิ้น มาจากการที่ผู้นําเหล่านั้นค้นพบแหล่งพลังงานทางจิตใจของตนจากการมีจุดมุ่งหมายที่แจ่มชัดยิ่ง (Clarity of Purpose) และประจักษ์ชัดในคุณค่าที่ตนยึดถือ (Clarity of Value)

การพัฒนาความเป็นผู้นํา จึงต้องพัฒนาจากจุดเริ่มต้นคือ พัฒนาจากภายในความคิดและจิตใจ โดยเน้นให้ผู้นําสร้างและพัฒนาพลังของจิตใจของตนเองด้วยการค้นหาจุดมุ่งหมายในชีวิตที่ชัดเจน ควบคู่กับค่านิยมที่ใช้ยึดถือ จิตใจแบบนี้จะมีพลังและยิ่งใหญ่มากขึ้น หากพัฒนาจุดมุ่งหมายในชีวิต มิใช่เพื่อตนเองหรือครอบครัวเท่านั้น แต่อยากเห็นสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับหน่วยงาน สังคม

การค้นหาจุดมุ่งหมายในชีวิตและค่านิยม คือการถามคําถามและค้นหาคําตอบอย่างซื่อตรงกับตัวเองว่าอะไรคือจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของชีวิต อะไรคือผลลัพธ์ ที่อยากจะดําเนินการให้สําเร็จเพื่อสิ่งที่ดีกว่า อะไรคือคุณค่า (Value) ที่ให้ความสําคัญที่สุดในชีวิต ไม่ยอมแลกกับอะไรอื่นใดทั้งสิ้น ถ้ามีคําตอบเหล่านี้ชัดเจน ก็จะทําให้มีพลังที่ไม่มีวันหมด ซึ่งสามารถนํามาใช้เติมไฟให้ตนเองได้ทุกสถานการณ์

การพัฒนาความเป็นผู้นําให้มีทั้งภาวะผู้นําที่เต็มไปด้วยพลังใจจากภายใน อันเกิดจากการประจักษ์ชัดในจุดมุ่งหมายและค่านิยมที่ยึดมั่น (Clarity of Purpose & Value) รวมทั้งมีทักษะการนําควบคู่กันไปด้วย ก็จะทําให้ผู้นําที่แท้จริงนี้ สามารถนําพาองค์กรพัฒนาสู่ความเป็นองค์กรที่มีชีวิตที่ยั่งยืนได้ เพราะจะใช้ความเป็นผู้นําในการบริหารส่วนสมองขององค์กร (Brian) ได้แก่การสร้างภาพอนาคตขององค์กร พันธกิจ และกลยุทธ์สําคัญ และใช้ภาวะผู้นําไปขับเคลื่อนส่วนโครงสร้างต่างๆขององค์กร (Bone) ซึ่งประกอบด้วย การออกแบบหน่วยงาน และกระบวนการต่างๆ และจะสามารถเป็นผู้นําในทางความคิดและพฤติกรรมที่ปลูกฝังเป็นวัฒนธรรม (Nerve) ให้เป็นระบบปฏิบัติการที่อยู่ในตัวบุคลากรทุกคนต่อไป