VUCA World และ Whistle Blower Policy

VUCA World 

ตัวอักษร “V” สําหรับหมู่มวลชาว HR ที่เอ่ยถึงกันบ่อย คําว่า VUCA World (อ่านตรงๆ ว่าวูก้าเวิล์ด) คําว่า VUCA ด้วยตัวใหญ่ทั้งหมดนี้ไม่มีคําแปลในพจนานุกรม เพราะ VUCA เป็นการรวมคุณลักษณะของโลกยุคนี้ที่ทุกคนต้องเผชิญกับความอยู่รอด และ HR ต้องบริหารให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างมี ประสิทธิภาพ

VUCA World มีลักษณะดังนี้

v = Volatility มีความผันผวน ปรวนแปรที่รวดเร็วและรุนแรง เช่น ความผันผวนของค่าเงิน ราคาทอง รูปแบบการแข่งขัน เทคโนโลยีที่พลิกการใช้ชีวิตของพลเมืองโลก

U = Uncertainty ความไม่แน่นอน ยากต่อการคาดการณ์ เช่น การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโลกย้ายมาอยู่ซีกตะวันออกภายในเวลาไม่นาน มีการรวมตัว การแยกตัวตามสภาวะทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมอยู่ตลอดเวลา

C = Complexity ความซับซ้อน นอกจากยุคนี้มีความผันผวนไม่คงที่แล้ว ยังมีความสลับซับซ้อนที่ยากต่อการเข้าใจสถานการณ์ หรือหาทางควบคุมหรือจัดการได้โดยเร็ว เช่น พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ซับซ้อนแบ่งแยกได้หลากหลายกลุ่ม พนักงานมีความต้องการและความคาดหวังที่สลับซับซ้อน

A = Ambiguity ความคลุมเครือ การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วได้รูปแบบคาดคะเนได้ยาก ผนวกกับมีความสลับซับซ้อนที่จะสามารถเข้าใจสภาพปัญหาต่างๆ อย่างถ่องแท้ สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยให้เกิดความคลุมเครือไม่ชัดเจน และหลายครั้งที่ผู้บริหารต้องตัดสินใจเรื่องสําคัญทั้งที่ยังขาดข้อมูล

องค์กรจะสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างไรใน “VUCA World” จากการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในกลุ่มผู้นําองค์กรนักวิชาการผู้บริหารทางด้าน HR ในงาน HR Day จัดโดยสมาคม PMAT ได้สรุปแนวทางในการต่อกรกับความผันผวนแปรปรวนของการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง ว่าก็ต้องใช้ VUCA เหมือนกัน เข้าตํารา หนามยอกเอาหนามบ่ง กล่าวคือ

V = Volatility ความผันผวน ก็ต้องแก้ด้วย Vision หมายถึง ต้องมีความสามารถในการมองการณ์ไกล กําหนดทิศทางและกลยุทธ์สําคัญที่ต้องมุ่งเน้นให้สําเร็จ และสามารถสื่อสารวิสัยทัศน์ให้คนในองค์กรเห็นภาพความสําเร็จแบบเดียวกันให้ได้ จึงจะสามารถเดินฝ่าความผันผวนได้

U= Uncertainty ความไม่แน่นอน ต้องใช้ Understanding มีความสามารถ และวิธีการที่จะทําความเข้าใจอย่างลึกซึ้งกับลูกค้า คู่ค้า และพนักงาน และเรียนรู้ที่จะค้นหาจุดร่วมและจุดต่างได้อย่างครบถ้วน สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายได้แม่นยํามากขึ้น

C = Complexity ความซับซ้อน ต้องสู้ด้วย Clarity คือความสามารถในการแยกแยะ แจกแจง และสร้างความชัดเจน ซึ่งต้องอาศัยความเป็นผู้นําในการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งพัฒนาโครงสร้างการบริหารงานที่มีความโปร่งใส ทุกคนมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ และมีการปรับปรุงกระบวนการทํางานและระบบงานอย่างต่อเนื่อง

A = Ambiguity ความคลุมเครือ ต้องใช้ Agility คือ ความคล่องแคล่ว ยืดหยุ่น ไม่ยึดติดกับกระบวนการ รูปแบบเดิม มีความพร้อมในการปรับตัว เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 

Whistle Blower Policy

Whistle Blower Policy (อ่านว่าวิสเซิลโบลเออ พอลิซีน) หมายถึง นโยบายการให้ข้อมูลการกระทําผิดและการทุจริต การคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล

Whistle Blower คือ การส่งเสียงหรือเป่านกหวีด เพื่อที่จะแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสว่ามีการกระทําผิด หรือมีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร ซึ่งผู้เป่านกหวีดหรือให้ข้อมูลตั้งใจส่งสัญญาณให้องค์กรรับรู้โดยไม่ประสงค์จะให้รู้จักตัวผู้ให้ข้อมูล อาจกลัวว่าจะเกิดภัยแก่ตนในการนําเบาะแสมาแจ้งต่อองค์กร ดังนั้น องค์กร จึงมีการเขียนเป็นนโยบายเพื่อส่งเสริมให้คนภายในองค์กรร่วมกันสอดส่องดูแล กระทําผิดหรือทุจริตต่างๆ หากพนักงานทราบก็ให้ถือเป็นหน้าที่ต้องแจ้งให้องค์กรรับทราบ และไม่ต้องกังวลใจแต่อย่างใด เพราะองค์กรมีนโยบายสําหรับคุ้มครอง ผู้ให้ข้อมูลที่มีเจตนาสุจริตแก่องค์กร

องค์กรชั้นนําที่ยึดมั่นในการดําเนินธุรกิจด้วยความถูกต้อง โปร่งใส เป็นไปตาม ประมวลจรรยาบรรณ และนโยบายการกํากับดูแลกิจการที่ดี จะส่งเสริมให้พนักงานช่วยกันให้ข้อมูลการกระทําผิดและทุจริตใดๆ ที่เกิดขึ้นในองค์กร ทั้งนี้ เพราะมีการศึกษาวิจัยยืนยันว่า การกระทําผิดและทุจริตนั้นจะถูกเปิดเผยได้จากการให้ข้อมูลของคนทํางานถึงร้อยละ 80 และอีกและอีกเพียงร้อยละ 20 ที่สามารถพบการกระทําผิดจากกลไกหรือระบบควบคุมและการตรวจสอบภายใน

การกระทำผิดและการทุจริตมีความหมายแตกต่างกัน การกระทําผิด หมายถึง การกระทำใดๆของพนักงานหรือผู้บริหารที่ฝ่าฝืนกฏข้อบังคับของบริษัท ตัวอย่าง รูปแบบของการกระทำผิด เช่น การเปิดเผยข้อมูลความลับทางการค้าหรือธุรกิจของบริษัทเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน หรือการรับสิ่งของมีค่าจากผู้รับจ้าง การรับเงินจูงใจใต้โต๊ะ รวมถึงการบังคับ คุกคาม หรือการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อพนักงานการทุจริต หมายถึง การกระทําหรือพฤติกรรมใดๆ ที่มีเจตนาทจริตที่ผิด เช่น กฎหมายการปลอมแปลงเอกสาร การยักยอกทรัพย์สิน การรายงานเรื่องธุรกรรมการเงินที่ไม่เหมาะสม

จะเห็นได้ว่า การกระทําผิดและการทุจริตมีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกวันในองค์กร และยากต่อการตรวจสอบ แต่การส่งเสริมให้พนักงานช่วยกันเฝ้าระวัง และเป่านกหวีด แจ้งเบาะแสการกระทําผิดต่างๆ จะช่วยป้องปรามการกระทําผิด และช่วยให้สามารถตรวจพบได้เร็วและลดความเสียหายได้

และการทุจริต รวมทั้งการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล ควรมีรายละเอียดนโยบายการให้ ข้อมูลการกระทําผิดที่สําคัญ ประกอบด้วย

  • หลักการสําคัญ โดยเน้นย้ำปรัชญาหรือหลักการสําคัญขององค์กรว่าจะไม่ยินยอมหรือประนีประนอมให้มีการกระทําความผิดและการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร (Zero Tolerance)
  • ขอบเขตของนโยบาย ว่าใช้บังคับกับใครบ้าง พนักงานทุกคนในบริษัทหรือครอบคลุมถึงลูกค้า คู่ค้า ฯลฯ
  • ระบุหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง

พนักงาน หากเห็นการกระทําผิดต้องมีหน้าที่แจ้งผู้บังคับบัญชาทราบหรือแจ้งตามช่องทางที่กําหนด

ผู้บริหาร มีหน้าที่คอยสอดส่งดูแลและส่งเสริมให้ทีมงานปฏิบัติตามจรรยาบรรณ ระเบียบข้อบังคับต่างๆ และทําตัวเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นต้น

  • วิธีการและขั้นตอนในการแจ้งข้อมูลกระทําผิดและการทุจริตนั้น ควรกํา ไว้หลายช่องทาง และจัดให้มีแบบการให้ข้อมูล / รายงานการกระทําผิด แหล่งข้อมูลที่ช่วยให้ขยายผลนําไปสู่การสอบสวน ชื่อ-นามสกุล เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง และเหตุที่ทําให้เชื่อเช่นนั้น มูลค่าของเงิน หรือประมาณการความเสียหายที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เป็นต้น