คุณประโยชน์ของวิตามินซี

คุณประโยชน์ของวิตามินซี

วิตามินซี

เมื่อประมาณ 200 ปีที่แล้ว แพทย์ชาวอังกฤษได้ค้นพบว่าผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะนาว และส้มสามารถรักษาโรคที่มีอาการเลือดออกตามไรฟันของกะลาสีเรือได้ จากนั้นเป็นต้นมามะนาวและส้มก็เป็นผลไม้ที่จะต้องมีติดเรือไว้เสมอ ในปีค.ศ.1928 นายอัลเบิร์ต เซนต์ เกอร์กี นักชีวเคมี ชาวฮังกาเรียน ได้ค้นพบสารชนิดเดียวกันกับที่สามารถรักษาโรคดังกล่าวได้จากพริก คือ กรดแอสคอร์บิก หรือที่รู้จักกันดีในเวลา ต่อมาว่าวิตามินซี ซึ่งไม่ได้มีประโยชน์เพียงรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน หรือลักปิดลักเปิดเท่านั้น แต่ยังมีผลด้านบวกต่อระบบการทํางานของร่างกายมนุษย์อีกนานัปการ

 

วิตามินมีหน้าที่ช่วยควบคุมเมตาบอลิซึม และแพร่พลังงานจากอาหารที่ย่อย ทําหน้าที่เป็นตัวช่วยเอนไซม์ และตัวกระตุ้นเอนไซม์ ซึ่งเอนไซม์ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นโปรตีน และส่วนที่เป็นโคเอนไซม์ เอนไซม์จะอยู่ภายในเซลล์และถูกใช้ภายในเซลล์ โดยจะมีผลต่อกระบวนการออกซิเดชั่นภายในร่างกาย อีกทั้งยังเป็นปัจจัยหลักในกระบวนการที่ทําให้เกิดการเจริญเติบโต การเผาผลาญ การสร้างเซลล์ และการย่อยอาหาร ตราบใดที่ร่างกายมนุษย์ได้รับวิตามินอย่างเพียงพอ การกระตุ้นเอนไซม์เพื่อให้เกิดกระบวนการดังกล่าวย่อมมีประสิทธิภาพ แต่เมื่อใดที่ร่างกายขาดวิตามิน เมื่อนั้นระดับเอนไซม์ภายในเซลล์ก็จะลดต่ำลง ประสิทธิภาพการทํางานของเซลล์ก็จะลดลงด้วย

วิตามินซีจากแหล่งอาหาร วิตามินซีมีมากในผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ฝรั่ง มะนาว ส้ม สับปะรด สตรอว์เบอร์รี่ และในผักสด เช่น มะเขือเทศ เป็นต้น

คุณประโยชน์ของวิตามินซี

  • วิตามินซีมีความจําเป็นในการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ช่วยให้เนื้อเยื่อมีสุขภาพสมบูรณ์
  • บําบัดรักษาเหงือก ทําให้เหงือกมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง
  • มีส่วนช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง
  • ช่วยให้ผนังเส้นเลือดฝอยยืดหยุ่นได้ดี ป้องกันและยับยั้งการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันในร่างกาย
  • ต่อต้านปัจจัยก่อภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการแพ้ หอบหืด และไซนัสได้
  • ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งปอดและมะเร็งต่อมลูกหมากได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยป้องกันการเกิดต้อกระจก
  • ช่วยป้องกันโรคหวัด โรคหัด คางทูม เป็นต้น ในกรณีที่เป็นหวัดแล้ว หากรับประทานวิตามินซีตั้งแต่เริ่มแรกที่มีอาการหวัด จะทําให้ความรุนแรงของอาการป่วยบรรเทาลงและลดระยะเวลาการเป็นหวัดลงได้
  • ช่วยให้บาดแผลหายเร็วขึ้น เพราะวิตามินซีจะช่วยเสริมสร้างผนังเซลล์ และต่อต้านอาการอักเสบ
  • ช่วยเกื้อหนุนการทํางานของวิตามินอี ให้สามารถทําหน้าที่ในฐานะวิตามินอีได้ตลอดไป
  • ช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกาย ทําให้ผิวพรรณสดใส ชะลอความชรา
  • ช่วยให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า

ผลจากการขาดวิตามินซี

  • เลือดออกตามไรฟัน เป็นโรคลักปิดลักเปิด
  • ภาวะของเลือดออกตามไรฟัน ส่งผลต่อเนื่องให้สุขภาพในช่องปากไม่ดี มีอาการปวดเหงือก เลือดออกตามไรฟันมาก ฟันเปราะไม่แข็งแรง
  • ภูมิต้านทานโรคต่ำ มักเป็นหวัดได้ง่าย
  • เมื่อมีบาดแผลจะหายได้ช้า

ปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายควรได้รับ ความต้องการวิตามินซีของแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น น้ำหนักตัว กิจกรรมที่ทํา ภาวะความเจ็บไข้ เป็นต้น

ผลจากการรับวิตามินซีมากเกินไป

การได้รับวิตามินซีมากเกินไป คือราว 10 กรัมต่อวัน อาจทําให้มีอาการปวดท้อง แน่นท้อง ท้องเสีย ท้องอืด และทําให้เป็นนิ่วในไตได้ แต่หากหยุดรับประทานอาการเหล่านี้ก็จะหายไป

เกี่ยวกับการเสริมวิตามินซี วิตามินซีกับการบําบัดรักษา มีคํากล่าวอ้างว่าวิตามินซีมีส่วนช่วยให้การบําบัดรักษาอาการของโรคดังต่อไปนี้ทุเลาลงได้

  • โรคต้อกระจก
  • แผลจากโรคเริม
  • ไข้หวัด
  • ภูมิแพ้
  • เลือดออกตามไรฟันหรือลักปิดลักเปิด
  • หลอดเลือดแดงแข็งตัว

เสริมวิตามินซี ทางเลือกที่เหมาะสําหรับใคร คุณอาจจําเป็นต้องพิจารณาวิตามินซีเป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพหากอยู่ในข่ายๆ ต่อไปนี้

  • มีอาการขาดวิตามินซี
  • ต้องเผชิญกับอากาศเป็นพิษเป็นประจํา
  • มีอาการเริ่มแรกของหวัด หรือกําลังเป็นหวัด
  • เป็นโรคติดเชื้อ
  • มีแผลกดทับ
  • เป็นสิวเม็ดแดง
  • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
  • เหงือกอักเสบ บวม มีเลือดไหล
  • เลือดกําเดาไหล
  • ใช้ยาแอสไพรินเป็นประจํา
  • สูบบุหรี่เป็นประจํา
  • ผู้ที่ต้องอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำเป็นประจํา