เรื่องน่ารู้ของวิตามินเอ

เรื่องน่ารู้ของวิตามินเอ

วิตามินดี หรือ แคลซิเฟอรอล (Calciferol) หรือที่รู้จักกันดีในฐานะของวิตามินที่ร่างกายจะได้รับจากแสงแดดยามเช้า เนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดดจะช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนคอเลสเตอรอลภายในผิวหนังให้กลายเป็นวิตามินดี จากนั้นจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตเพื่อส่งไปเก็บไว้ที่ตับเป็นส่วนใหญ่ นอกนั้นจะเก็บไว้ที่ผิวหนัง สมอง ตับอ่อน กระดูก และลําไส้บ้าง วิตามินดีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ดังนั้นร่างกายจึงสามารถเก็บสะสมวิตามินดีไว้ได้

วิตามินที่จําเป็นต่อร่างกายมนุษย์มีดังนี้

วิตามินเอ (A) วิตามินบี 3 (B3) วิตามินบี 9 (B9) วิตามินดี (D) วิตามินเค (K) วิตามินบี 1 (B1)                          วิตามินบี 2 (B2) วิตามินบี 5 (B5) วิตามินบี 6 (B6) วิตามินบี 12 (E12) วิตามินซี (C) วิตามินอี (E)                             วิตามินเอช (H) วิตามินคิว (Coenzyme Q10)

วิตามินดีจากแหล่งอาหาร เราสามารถรับวิตามินดีได้จาก 2 แหล่ง คือ แสงแดดยามเช้า และอาหาร แต่แสงแดดยามเช้าถือเป็นแหล่งวิตามินดีที่สําคัญที่สุดสําหรับร่างกายของมนุษย์ เพียงแค่ออกไปสู่แสงแดด ในเวลาเช้าสัก 1.5-2 ชั่วโมง เท่านี้ร่างกายก็ได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอแล้ว สําหรับวิตามินดีในอาหารนั้นมีไม่มากนักหากเทียบกับการได้รับจากแสงแดดโดยตรง อาหารที่มีวิตามินดี เช่น ตับ ปลา น้ำมันตับปลา ไข่แดง นม เนย เป็นต้น ดังนั้นการได้ออกแดดในเวลาเช้าเป็นประจําก็จะช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์ วิตามินดีได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการรับประทานอาหารที่มีวิตามินชนิดนี้แต่ประการใด

คุณประโยชน์ของวิตามินดี

  • บํารุงรักษาระบบประสาทให้มีสุขภาพดี
  • รักษาระบบการทํางานของหัวใจให้เป็นปกติ
  • ช่วยให้เกล็ดเลือดอยู่ในระดับปกติ
  • ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม และธาตุฟอสฟอรัสจากลําไส้เล็กไปเก็บไว้ที่กระดูกและฟัน ทําให้กระดูกและฟันแข็งแรง
  • วิตามินที่มีส่วนช่วยในการดูดซึมวิตามินเอเข้าสู่ร่างกาย
  • เด็กๆ จะได้รับประโยชน์จากวิตามินดีมาก เพราะวิตามินดีช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูก ทําให้กระดูกและฟันแข็งแรง ไม่ผุกร่อน

ผลจากการขาดวิตามินดี

  • ทําให้เกิดโรคกระดูกอ่อนในเด็ก (Rickets) และโรคกระดูกพรุนในผู้ใหญ่ (Osteoporosis)
  • ฟันผุ
  • ร่างกายจะมีปัญหาในการดูดซึมแคลเซียม ทําให้รูปร่างไม่สมประกอบ เช่น น้ำหนักลด เติบโตช้า กระดูกสันหลังโก่ง ข้อมือ เข่า และกระดูกข้อเท้าโต
  • ความต้านทานโรคลดน้อยถอยลง เสี่ยงต่อการเป็นหวัด ปอดบวม วัณโรคได้ง่าย
  • กล้ามเนื้ออ่อนกําลัง ไม่มีความคล่องแคล่ว ไม่กระฉับกระเฉง
  • มีอาการชัก

ผลจากการรับวิตามินดีมากเกินไป  หากรับประทานวิตามินดีมากเกินไปเป็นระยะเวลานาน จะทําให้เกิดพิษกับร่างกายดังนี้ ปวดศีรษะ กระหายน้ำมาก ปวดตา ผิวแห้งมีอาการคัน คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน เบื่ออาหาร ปัสสาวะมากและบ่อย เกิดหินปูนเกาะตามอวัยวะหรือเนื้อเยื่อ เช่น หัวใจ ผนังเส้นเลือด และปอด แต่อาการเป็นพิษจากวิตามินดีเหล่านี้จะหมดไปเมื่อหยุดรับประทาน

เกี่ยวกับการเสริมวิตามินดี วิตามินดีกับการบําบัดรักษา มีคํากล่าวอ้างว่าวิตามินที่มีส่วนช่วยให้การบําบัดรักษาอาการของโรคดังต่อไปนี้ทุเลาลงได้

  • โรคกระดูกพรุน • โรคข้ออักเสบ • โรคปริทันต์ • โรคสะเก็ดเงิน

เรื่องน่ารู้คู่วิตามินดี

  • เมื่อวิตามินดีถูกใช้ร่วมกับวิตามินซี จะช่วยป้องกันและบรรเทาอาการหวัดได้
  • หากรับประทานวิตามินดีร่วมกับวิตามินบี 6 ในปริมาณมากจะมีผลต่อการรักษาและบรรเทาโรคข้ออักเสบ และโรคเรื้อนกวาง หรือสะเก็ดเงิน
  • เหตุที่วิตามินดีจําเป็นสําหรับเด็กๆ เพราะทารกแรกเกิดยังไม่มีการเก็บสะสมวิตามินดีไว้ในร่างกาย หากได้รับอาหารไม่เพียงพอ หรือไม่ได้ออกแดดเลย ก็จะทําให้เป็นโรคกระดูกอ่อนได้ง่าย
  • ผู้สูงอายุบางรายอาจจําเป็นต้องได้รับวิตามินดีเสริม เนื่องจากร่างกายไม่อาจดูดซึมวิตามินได้ดีเท่ากับช่วงวัยหนุ่มสาว
  • สตรีในวัยหมดประจําเดือนอาจจําเป็นต้องรับประทานวิตามินดีเป็นอาหารเสริม เนื่องจากวิตามินดีมีคุณสมบัติช่วยลดปัญหากระดูกพรุนจากการขาดแคลเซียมได้
  • หากรู้สึกว่าร่างกายควรได้รับวิตามินดีเป็นอาหารเสริมควรปรึกษาแพทย์