สมุนไพรแก้พยาธิในลําไส้

สมุนไพรแก้พยาธิในลําไส้

ฝักทอง

ชื่ออื่น หมากอึ (ภาคอีสาน) มะฟักแก้ว พักแก้ว (ภาคเหนือ) มะน้ำแก้ว หมักอื้อ (เลย) หมากฟักเหลือง (แม่ฮ่องสอน) น้ำเต้า (ภาคใต้)

ลักษณะ เป็นพืชล้มลุก มีเถายาวเสื้อยปกคลุมดิน ลําต้นมีลักษณะกลมหรือเป็นเหลี่ยมมน ผิวเป็นร่องตามความยาว มีขนอ่อน ๆ มีหนวดสําหรับยึดเกาะยึดบริเวณข้อ ใบเป็นใบเดี่ยวมีขนาดใหญ่ ออกเรียงสลับกัน โคนใบเว้าคล้ายรูปหัวใจ ขอบใบหยักเป็นเหลี่ยม 5 เหลี่ยม มีขนทั้ง 2 ด้านของตัวใบ ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองมีขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายระฆังหรือกระดึงออกบริเวณง่ามใบ ผลมีขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพูเล็ก ๆ โดยรอบ เปลือกนอกขรุขระและแข็ง มีสีเขียวและจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อน สีเหลืองเข้ม และสีเหลืองตามลําดับ เนื้อภายในมีสีเหลืองอมเขียว สีเหลือง และสีส้ม เมล็ดมีจํานวนมากซึ่งอยู่ตรงกลางผลระหว่างเนื้อฟู ๆ มีรูปร่างคล้ายไข่ แบนมีขอบนูนอยู่โดยรอบ

ประโยชน์ทางสมุนไพร เนื้อฟักทองประกอบด้วยแป้ง โปรตีน ไขมัน ฟอสฟอรัส แคลเซียม เหล็ก และสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายนําไปสร้างวิตามินเอ เมล็ดมีฟอสฟอรัสในปริมาณสูง รวมทั้งแป้ง โปรตีน และน้ำประมาณร้อยละ 40 ส่วนเมล็ดแห้งมีสารคิวเคอร์บิทีน (Cucurbitine) เป็นสารสําคัญ ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าพยาธิได้ผลดี นอกจากนั้น ฟักทองสามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ซึ่งช่วยป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิต ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด บํารุงนัยน์ตา ตับ และไต เมล็ดใช้เป็นยาขับพยาธิตัวตืด ป้องกันการเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และช่วยดับพิษปอดบวม รากช่วยแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ยางช่วยแก้พิษผื่นคัน

มะเกลือ

ชื่ออื่น ผีเผา (ฉาน-ภาคเหนือ) มักเกลือ (เขมร ตราด)

ลักษณะ ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-30 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ลําต้นเปล่า โคนต้นมักเป็นพูพอน ผิวเปลือกเป็นรอยแตกสะเก็ดเล็ก ๆสีดํา เปลือกในสีเหลือง กระพี้สีขาว กิ่งอ่อนมีขนนุ่ม ขึ้นประปราย ใบเป็นใบเดี่ยวขนาดเล็กรูปไข่หรือรีเรียงตัวแบบสลับ ปลายใบสอบเข้าหากัน โคนใบกลมหรือมน ผิวใบเกลี้ยง ใบกว้าง 3.5-4.0 ซม ยาว 910 ซม. ใบที่ยังอ่อนจะมีขนปกคลุมทั้งสองด้าน ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบดอกแยกเพศต่างต้น ดอกตัวผู้มีขนาดเล็ก สีเหลืองอ่อน หนึ่งช่อมี 3 ดอก ดอกตัวเมียเป็นดอกเดี่ยว ลักษณะดอกเหมือนกัน คือ กลีบรองดอกยาว 0.1- 0.2 ซม. โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ปลายกลีบดอกแยกเป็น 4 กลับ สีเหลืองเรียงเวียนซ้อนทับกัน ตรงกลางดอกมีเกสร ผลกลม ขนาดเส้น ผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซม. ผิวเกลี้ยง ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีดํา ผลแก่จัดจะแห้ง มีกลีบเลี้ยงติดบนผล 4 กลีบ ผลแก่ราวเดือนมิถุนายน-สิงหาคม เมล็ดแบน สีเหลือง 4-5 เมล็ด ขนาดกว้าง 0.5-0.7 ซม. ยาว 1-2 ซม. ขยายพันธุ์โดย การเพาะเมล็ด

ประโยชน์ทางสมุนไพร ผลดิบสด-ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิได้หลายชนิด ถ่ายพยาธิปากขอได้ดีที่สุด เด็กอายุ 10 ปีใช้ 10 ผล ผู้ที่อายุมากกว่า 10 ปี ให้เพิ่มจํานวนขึ้น 1 ผลต่อ 1 ปี แต่สูงสุดไม่เกิน 25 ผล คือผู้ที่อายุ 25 ปีขึ้นไป กิน 25 ผลเท่านั้น ล้างให้สะอาด ตําพอแหลก กรองเอาเฉพาะน้ำผสมหัวกะทิ 2 ช้อนชาต่อมะเกลือ 1 ผล กินครั้งเดียวให้หมดตอนเช้ามืด ก่อนอาหาร 3 ชั่วโมง หลังจากนี้ 3 ชั่วโมง ถ้าไม่ถ่ายให้กินยาระบายดีเกลือ โดยใช้ผงดีเกลือ 2 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ำประมาณครึ่งแก้วเพื่อถ่ายพยาธิและตัวยาที่เหลือออกมา สารที่มีฤทธิ์คือ Diospyrol Diglucoside

ข้อควรระวัง 1 ผู้ที่ห้ามใช้มะเกลือ ได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี หญิงมีครรภ์ หรือหลังคลอดไม่เกิน 6 สัปดาห์ ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร หรือมีอาการปวดท้อง ถ่ายอุจจาระผิดปกติบ่อย ๆ และผู้ที่กําลังเป็นไข้ในการ เตรียมยาต้องใช้ผลดิบสด เตรียมแล้วกินทันที ไม่ควรเตรียมยาครั้งละมาก ๆ ถ้าใช้เครื่องบดไฟฟ้าจะทําให้ละเอียดมาก และมีตัวยาออกมามากเกินไป

ข้อควรระวัง 2 เคยมีรายงานว่าถ้ากินยามะเกลือขนาดสูงกว่าที่ระบุ ไว้หรือเตรียมไว้นาน สารสําคัญจะเปลี่ยนเป็นสารพิษชื่อ Diospyrol ทําให้จอรับภาพและประสาทตาอักเสบ ตาอาจบอดได้ ประโยชน์ด้านอื่น ๆ เนื้อไม้ใช้ทําเฟอร์นิเจอร์ประดับมุก ผลให้สีดํา ใช้ย้อมผ้าและแพรได้