แหล่งวิตามินสําหรับมนุษย์

แหล่งวิตามินสําหรับมนุษย์

เมื่อวิตามินมีความจําเป็นต่อการทํางานของร่างกายตั้งแต่การหายใจของเซลล์ การนําโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตไปใช้สร้างเนื้อเยื่อ ไปจนถึงทําหน้าที่ในฐานะสารจําเป็นสําหรับการทํางานของอวัยวะต่างๆ อาทิ การสร้างเม็ดเลือดแดง การสร้างกระดูก การทํางานของระบบประสาท การสร้างภูมิต้านทานโรค เป็นต้น ดังนั้นหากต้องการมีสุขภาพกายและจิตที่ดี เราจึงต้องดูแลให้ร่างกายได้รับวิตามินในปริมาณที่เพียงพอ ซึ่งแหล่งที่มาของวิตามินใด คงไม่มีทางดีไปกว่า “อาหาร” ที่เรารับประทานเข้าไปนั่นเอง

ในปัจจุบันเราจะเห็นอาหารเสริม จําพวกวิตามินเสริมวางขายในท้องตลาดมากมาย แม้ว่าวิตามินเหล่านั้นจะสามารถเสริมประสิทธิภาพการทํางานของร่างกายได้มากเพียงไร แต่ก็ยังไม่ใช่คําตอบของแหล่งวิตามินที่ดีที่สุด เนื่องจากวิตามินเสริมมักผลิตออกมาในรูปแบบของวิตามินตัวใดตัวหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น ในหนึ่งเม็ดของวิตามินซี ก็จะมีเพียงแค่วิตามินซีล้วนๆ ในทางกลับกันหากเรารับประทานผักหรือผลไม้สดในปริมาณมาก นอกจากจะได้รับวิตามินซีอย่างสมบูรณ์แล้ว ยังพลอยได้รับวิตามินอื่นๆ และสารอาหารจําเป็นอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ใยอาหารและแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งต่างก็เป็นสารสําคัญที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพของเราให้ห่างไกลโรคร้ายต่างๆ อาทิ มะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิต โรคหัวใจ ด้วยเหตุนี้การรับประทาน “อาหาร” ที่หลากหลายและอุดมไปด้วยวิตามิน จึงควรเป็นตัวเลือกแรกในการสรรหาวิตามินเข้าสู่ร่างกายของเรา

วิตามินและธาตุเสริม ทางเลือกแห่งการฟื้นฟูและบําบัดสุขภาพ

แหล่งวิตามินและแร่ธาตุที่ดีที่สุด ไม่ใช่จากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่วางขายในท้องตลาด แต่ควร เป็นอาหารที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละวัน โดยพยายามเลือกสรรอาหารที่มีประโยชน์และรับประทานให้หลากหลาย เพียงเท่านี้ร่างกายก็จะได้รับวิตามินและแร่ธาตุมากเพียงพอต่อความต้องการ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะปฏิเสธทางเลือกของวิตามินและแร่ธาตุเสริมเสียทีเดียวทั้งหมด สภาพร่างกายของแต่ละคนนั้นมีความสมบูรณ์ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัย ทั้งภายใน เช่น พันธุกรรม เพศ วัย.. ภายนอก เช่น อาหารการกิน สภาพแวดล้อม รูปแบบการใช้ชีวิต หน้าที่การงาน เหล่านี้เป็นต้น ดังนั้นจะให้คนทุกคนรับประทานอาหารเหมือนกันและมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงเช่นเดียวกันนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ หากศึกษาเกี่ยวกับวิตามินและแร่ธาตุเสริมแต่ละชนิดอย่างเข้าใจ รู้คุณรู้โทษ รู้จักใช้ให้เหมาะสม กับสุขภาพของแต่ละบุคคลแล้ว ทางเลือกในการใช้วิตามินและแร่ธาตุเพื่อส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย

วิตามินและแร่ธาตุเสริม…เสริมเพื่ออะไร?

หากคุณเป็นผู้ที่ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างเพียงพอ ใช้ชีวิตอย่างถูกสุขลักษณะซึ่งทําให้มีสุขภาพแข็งแรงดี การได้รับวิตามินและแร่ธาตุเสริมนอกเหนือจากอาหารที่รับประทานเข้าไปในแต่ละวันก็อาจจะไม่ใช่สิ่งจําเป็น แต่ในภาวการณ์ปัจจุบัน จะหาผู้ที่สมบูรณ์พร้อมไปด้วยสุขภาวะเช่นนั้นยาก วิตามินและแร่ธาตุเสริมจึงเข้ามาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งด้วยเหตุผลในการเลือกใช้ดังต่อไปนี้

  • ใช้เพื่อช่วยในการบําบัดรักษา

การใช้วิตามินและแร่ธาตุเสริมมีความจําเป็นมากต่อผู้ป่วยที่มีอาการบ่งชี้ว่าขาดวิตามินและแร่ธาตุบางชนิด เช่น ผู้ที่เป็นโรคลักปิดลักเปิดควรได้รับวิตามินซีเสริม หรือบางครั้งก็มีการใช้วิตามินและแร่ธาตุเพื่อบําบัดอาการป่วย เช่น การใช้วิตามินคิวเพื่อผลในการบําบัดอาการของโรคหัวใจ หรือการให้วิตามินเคก่อนและหลังการผ่าตัดเพื่อป้องกันผู้เข้ารับการผ่าตัดเสียเลือดมาก

  • ใช้เสริมปริมาณวิตามินและแร่ธาตุให้แก่ร่างกาย

บางภาวะของบุคคลอาจจําเป็นต้องได้รับวิตามินแร่ธาตุมากกว่าในยามปกติ เช่น หญิงมีครรภ์และหญิงในนมบุตร มักจะมีความต้องการสารอาหารต่างๆมากขึ้น รวมทั้งวิตามินและแร่ธาตุด้วย อย่างไรก็ตามสําหรับกรณีที่ยกตัวอย่างมานี้ ก่อนจะรับประทานวิตามินและแร่ธาตุเสริมควรได้รับคําแนะนําจากแพทย์เสียก่อน

  • ใช้เพื่อป้องกันการขาดวิตามินและแร่ธาตุ

ในบางบุคคลจําเป็นต้องได้รับวิตามินและแร่ธาตุบางตัวเป็นการเสริมเพื่อป้องกันการขาดวิตามินหรือสารอาหารบางประเภท เช่น ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติอย่างเคร่งครัดควรได้รับวิตามินบีบางชนิดเป็นอาหารเสริม

 

สมุนไพรช่วยขับปัสสาวะ

สมุนไพรช่วยขับปัสสาวะ

1. ไคร้หางนาค
ชื่ออื่น เสียวน้ำ ตะไคร้หางสิงห์ เสียวเล็ก เสียวน้อย
ลักษณะ ไม้พุ่ม สูง 1-3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ
รูปขอบขนาน กว้าง 2-4 ซม. ยาว 1-1.5 ซม.
ดอกช่อออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ดอกย่อยแยกเพศ
อยู่บนต้นเดียวกัน กลีบรวมสีขาวนวล ผลเป็นผลสด
รูปทรงกลม
ประโยชน์ทางสมุนไพร ต้น ใช้ทั้งต้นมีรสจืด เป็นยาขับปัสสาวะ
2. โด่ไม่รู้ล้ม
ชื่ออื่น ขี้ไฟนกคุ่ม คิงไฟนกคุ่ม เคยโป้ หญ้าไก่นกคุ่ม หญ้าปราบ หญ้าสามสิบสองหาบ หนาด ผาหนาด
มีแคลน
ลักษณะ ไม้ล้มลุก ลําต้นสั้น ใบเดี่ยว เรียงสลับเป็นวงรูปขอบขนาน หรือรูปใบหอกกลับ กว้าง 2- 6 ซม. ยาว
10-25 ซม. มักแผ่ราบไปกับผิวดิน ขอบใบหยักฟันเลื่อย ท้องใบมีขนมากกว่าหลังใบ
ดอกช่อแทงออกจากกลางต้น ก้านช่อแตกแขนงได้ ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีม่วงออกเป็นกระจุก
ที่ปลายก้านดอกรองรับด้วยใบประดับแข็ง ผลแห้ง ไม่แตก
ประโยชน์ทางสมุนไพร ใช้ใบต้มน้ำกินเป็นยาขับปัสสาวะ ขับพยาธิ ไส้เดือน และกระตุ้นกําหนัด
3. นางแย้ม
ชื่ออื่น ปิ้งชะมด ปิ้งช้อน ปิ้งสมุทร ส้วนใหญ่
ลักษณะ ไม้พุ่ม ลําต้นตั้งตรง สูง 1.5-3 เมตร ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ กว้าง 8-11 ซม. ยาว 12-16 ซม.
ผิวใบมีขนละเอียดทั้งสองด้าน ดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อย คล้ายดอกมะลิซ้อน กลีบดอกสีขาว
ด้านนอกสุดของช่อกลีบดอกสีม่วงแดงสลับขาว กลีบเลี้ยงสีม่วงแดง ไม่มีทั้งเกสร ตัวผู้และเกสรตัวเมีย
ประโยชน์ทางสมุนไพร ใช้รากเป็นยาขับปัสสาวะ แก้โรคไตพิการ (โรคในทางเดินปัสสาวะ
มีปัสสาวะขุ่นข้น เหลืองหรือแดง มักมีอาการแน่นท้อง กินอาหารไม่ได้)
4. ไผ่รวก
ชื่ออื่น ตีโย รวก ฮวก
ลักษณะ ไม้จําพวกไผ่แตกกอหนาแน่น กิ่งก้านมีหนามแหลม ลําต้นตั้งตรง สูง 12-25 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ
รูปดาบ กว้าง 1- 2.5 ซม. ยาว 4-20 ซม. ดอกช่อแยกแขนง ไม่มีกลีบดอก มีแต่ใบประดับ 2 ใบ ผลแห้ง
ไม่แตก

ประโยชน์ทางสมุนไพร ใช้ทั้งต้น ต้มน้ำดื่มแก้ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย อาหารเป็นพิษ ปวดแสบลิ้นปี่
5. สายน้ำผึ้ง
ลักษณะ ไม้เถาเลื้อยพัน ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามรูปไข่แกมขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 1.5-3 ซม. ยาว 3-6
ซม. ดอกช่อออกเป้นกระจุกที่ซอกใบและปลายกิ่ง กลีบดอกสีครีม แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม
ผลเป็นผลสดรูปกลม เมื่อสุกมีสีดำ
โยชน์ทางสมุนไพร ใช้ทั้งต้นแก้บิด ท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด ลำไส้อักเสบ โรคกระเพาะอาหาร ขับปัสสาวะ
รักษาฝี แผลเปื่อย มีการทดลองกับผู้ป่วย พบว่ามีฤทธิ์แก้ท้องเสีย
6. หญ้าหนวดแมว
ชื่ออื่น พยับเมฆ
ลักษณะ ไม้พุ่ม สูง 0.5-1 เมตร กิ่งและก้านสี่เหลี่ยมสีม่วงแดง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม
รูปไข่แกมสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด กว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-7 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อย ดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง มี 2
พันธุ์ คือพันธุ์ดอกสีขาว และพันธุ์ดอกสีม่วงน้ำเงิน เกสรตัวผู้ยื่นพ้นกลีบดอกออกมายาวมาก ผลแห้ง
ไม่แตก รูปรี ขนาดเล็ก
ประโยชน์ทางสมุนไพร ใช้ทั้งต้นเป็นยาขับปัสสาวะ แก้โรคปวดตามสันหลังและบั้นเอว
ใบเป็นยารักษาโรคเบาหวาน และลดความดันโลหิต มีการทดลองใช้ใบแห้ง เป็นยาขับปัสสาวะ
ขับกรดยูริกซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเกาต์ และรักษาโรคนิ่วในไตกับผู้ป่วยที่โรงพยาบาลรามาธิบดี
โดยใช้ใบแห้งประมาณ 4 กรัม ชงกับน้ำเดือด 750 ซี.ซี. ดื่มต่างน้ำตลอดวัน ได้ผลเป็นที่พอใจของแพทย์
พบว่าในใบมีเกลือโพแทสเซียมสูง ผู้ป่วยโรคหัวใจไม่ควรใช้
สมุนไพรช่วยขับประจําเดือน

1. กระบือเจ็ดตัว
ชื่ออื่น กะเบือ กําลังกระบือ ลิ้นกระบือ
ลักษณะ ไม้พุ่ม สูง 0.5-1.5 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับเวียนรอบกิ่ง รูปใบหอก หรือรูปใบหอกแกมรูปไข่ กว้าง
2-4.5 ซม. ยาว 4-13 ซม. หลังใบสีเขียว ท้องใบสีแดง ดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง แยกเพศ
ช่อดอกตัวผู้มีดอกย่อยจํานวนมาก ช่อดอกตัวเมียมีเพียง 2-3 ดอก ผลแห้ง แตกได้ มี 3 พู
ประโยชน์ทางสมุนไพร ใช้ใบตํากับเหล้าคั้นน้ำ กินเป็นยาขับเลือด และน้ำคาวปลาหลังคลอด
การทดลองในสัตว์พบว่า สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์มีฤทธิ์บีบมดลูก
2. เจตมูลเพลิงขาว
ชื่ออื่น ปิดปิวขาว

ลักษณะ ไม้พุ่ม ลําต้นตั้งตรง หรือพาดพันบน ต้นไม้อื่น ๆ สูง 1-2 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่
แกมขอบขนานหรือรูปขอบขนาน กว้าง 2-5 ซม. ยาว 3-9 ซม. สีเขียวแกมเหลือง ดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง
ดอกย่อยหลายดอก กลีบดอกสีขาว เกสรตัวผู้ สีม่วงน้ำเงิน กลีบเลี้ยงมีต่อมน้ำหวานติดมือ
ผลแห้งรูปขอบขนาน แตกได้เป็น 5 ปาก มีร่องตามยาว
ประโยชน์ทางสมุนไพร ลําต้น ราก มีรสร้อน ใช้แทนรากเจตมูลเพลิงแดงได้ มีสรรพคุณขับประจําเดือน
ขับลมในกระเพาะและลําไส้ แก้ริดสีดวงทวาร เข้ายาบํารุงธาตุ บํารุงโลหิต สารสกัดจากรากมีฤทธิ์บีบมดลูก
และมีฤทธิ์ต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา สาร Plumbagin
ที่แยกได้จากรากมีฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็ง ลดไขมันในเลือด และยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
3. เจตมูลเพลิงแดง
ชื่ออื่น ปิดปิวแดง ไฟใต้ดิน
ลักษณะ ไม้พุ่ม สูง 0.8-1.5 เมตร ลําต้นกลมเรียบ มีสีแดงบริเวณข้อ ใบเดียวเรียงสลับ รูปไข่แกมวงรี กว้าง 3-
5 ซม. ยาว 6-10 ซม. ดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงมีต่อม ซึ่งเมื่อจับจะรู้สึกเหนียว กลีบดอกสีแดง ผลแห้ง
แตกได้
ประโยชน์ทางสมุนไพร รากแห้ง ใช้ขับประจําเดือน กระจายลม บํารุงธาตุ รักษาโรคริดสีดวงทวาร
พบว่ามีสาร Plumbagin ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของมดลูกและลําไส้ ช่วยให้มีการหลั่งน้ำย่อยเพิ่มขึ้น
เพิ่มความ อยากอาหาร แต่ควรระวังในการใช้ เนื่องจาก Plumbagin ระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร
และอาจเป็นพิษได้
4. ยอ
ชื่ออื่น มะตาเสือ ยอบ้าน
ลักษณะ ไม้พุ่ม สูง 2-6 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรี กว้าง 8-15 ซม. ยาว 10-20 ซม.
หูใบอยู่ระหว่างโคนก้านใบ ดอกช่อออกที่ซอกใบ ฐานดอกอัดกันแน่นเป็นรูปทรงกลม กลีบดอกสีขาว
ผลเป็นผลสด เชื่อมติดกันเป็นผลรวม ผิวเป็นตุ่มพอง
ประโยชน์ทางสมุนไพร ผล ตํารายาของเวียดนาม ระบุว่า ผลเป็นยาขับเลือดต่าง ๆ
ขับประจําเดือนด้วยยาไทยใช้ผลสดดิบหรือห่าม ฝานเป็นชิ้นบาง ย่างหรือคั่วไฟอ่อน ๆ ให้เหลือง
ต้มหรือชงกับน้ำดื่มแก้คลื่นไส้อาเจียน สารที่ออกฤทธิ์คือ Asperuloside
5. ว่านชักมดลูก
ลักษณะ ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 1 เมตร
หัวใต้ดินขนาดใหญ่ อาจยาวถึง 10 ซม.
เนื้อสีส้มถึงสีส้มแดง ใบเดี่ยว เรียงสลับ
ออกเป็นกระจุกเหนือดิน

รูปวงรีหรือรูปวงรีแกมใบหอก กว้าง 15-20 ซม. ยาว 40-90 ซม. มีแถบสีม่วง กว้างได้ถึง 10 ซม.
บริเวณกลางใบ ดอกช่อเชิงลด ออกที่บริเวณกาบใบ ก้านดอกยาว 15-20 ซม. กลีบดอกสีแดงอ่อน
ใบประดับสีม่วง เกสรตัวผู้ที่เป็นหมัน แปรรูปคล้ายกลีบดอกสีเหลือง ผลแห้ง แตกได้
ประโยชน์ทางสมุนไพร ใช้เหง้ารักษาอาการประจําเดือนมาผิดปกติ ช่วยย่อยอาหาร

สมุนไพรแก้พยาธิในลําไส้

สมุนไพรแก้พยาธิในลําไส้

ฝักทอง

ชื่ออื่น หมากอึ (ภาคอีสาน) มะฟักแก้ว พักแก้ว (ภาคเหนือ) มะน้ำแก้ว หมักอื้อ (เลย) หมากฟักเหลือง (แม่ฮ่องสอน) น้ำเต้า (ภาคใต้)

ลักษณะ เป็นพืชล้มลุก มีเถายาวเสื้อยปกคลุมดิน ลําต้นมีลักษณะกลมหรือเป็นเหลี่ยมมน ผิวเป็นร่องตามความยาว มีขนอ่อน ๆ มีหนวดสําหรับยึดเกาะยึดบริเวณข้อ ใบเป็นใบเดี่ยวมีขนาดใหญ่ ออกเรียงสลับกัน โคนใบเว้าคล้ายรูปหัวใจ ขอบใบหยักเป็นเหลี่ยม 5 เหลี่ยม มีขนทั้ง 2 ด้านของตัวใบ ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองมีขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายระฆังหรือกระดึงออกบริเวณง่ามใบ ผลมีขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพูเล็ก ๆ โดยรอบ เปลือกนอกขรุขระและแข็ง มีสีเขียวและจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อน สีเหลืองเข้ม และสีเหลืองตามลําดับ เนื้อภายในมีสีเหลืองอมเขียว สีเหลือง และสีส้ม เมล็ดมีจํานวนมากซึ่งอยู่ตรงกลางผลระหว่างเนื้อฟู ๆ มีรูปร่างคล้ายไข่ แบนมีขอบนูนอยู่โดยรอบ

ประโยชน์ทางสมุนไพร เนื้อฟักทองประกอบด้วยแป้ง โปรตีน ไขมัน ฟอสฟอรัส แคลเซียม เหล็ก และสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายนําไปสร้างวิตามินเอ เมล็ดมีฟอสฟอรัสในปริมาณสูง รวมทั้งแป้ง โปรตีน และน้ำประมาณร้อยละ 40 ส่วนเมล็ดแห้งมีสารคิวเคอร์บิทีน (Cucurbitine) เป็นสารสําคัญ ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าพยาธิได้ผลดี นอกจากนั้น ฟักทองสามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ซึ่งช่วยป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิต ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด บํารุงนัยน์ตา ตับ และไต เมล็ดใช้เป็นยาขับพยาธิตัวตืด ป้องกันการเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และช่วยดับพิษปอดบวม รากช่วยแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ยางช่วยแก้พิษผื่นคัน

มะเกลือ

ชื่ออื่น ผีเผา (ฉาน-ภาคเหนือ) มักเกลือ (เขมร ตราด)

ลักษณะ ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-30 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ลําต้นเปล่า โคนต้นมักเป็นพูพอน ผิวเปลือกเป็นรอยแตกสะเก็ดเล็ก ๆสีดํา เปลือกในสีเหลือง กระพี้สีขาว กิ่งอ่อนมีขนนุ่ม ขึ้นประปราย ใบเป็นใบเดี่ยวขนาดเล็กรูปไข่หรือรีเรียงตัวแบบสลับ ปลายใบสอบเข้าหากัน โคนใบกลมหรือมน ผิวใบเกลี้ยง ใบกว้าง 3.5-4.0 ซม ยาว 910 ซม. ใบที่ยังอ่อนจะมีขนปกคลุมทั้งสองด้าน ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบดอกแยกเพศต่างต้น ดอกตัวผู้มีขนาดเล็ก สีเหลืองอ่อน หนึ่งช่อมี 3 ดอก ดอกตัวเมียเป็นดอกเดี่ยว ลักษณะดอกเหมือนกัน คือ กลีบรองดอกยาว 0.1- 0.2 ซม. โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ปลายกลีบดอกแยกเป็น 4 กลับ สีเหลืองเรียงเวียนซ้อนทับกัน ตรงกลางดอกมีเกสร ผลกลม ขนาดเส้น ผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซม. ผิวเกลี้ยง ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีดํา ผลแก่จัดจะแห้ง มีกลีบเลี้ยงติดบนผล 4 กลีบ ผลแก่ราวเดือนมิถุนายน-สิงหาคม เมล็ดแบน สีเหลือง 4-5 เมล็ด ขนาดกว้าง 0.5-0.7 ซม. ยาว 1-2 ซม. ขยายพันธุ์โดย การเพาะเมล็ด

ประโยชน์ทางสมุนไพร ผลดิบสด-ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิได้หลายชนิด ถ่ายพยาธิปากขอได้ดีที่สุด เด็กอายุ 10 ปีใช้ 10 ผล ผู้ที่อายุมากกว่า 10 ปี ให้เพิ่มจํานวนขึ้น 1 ผลต่อ 1 ปี แต่สูงสุดไม่เกิน 25 ผล คือผู้ที่อายุ 25 ปีขึ้นไป กิน 25 ผลเท่านั้น ล้างให้สะอาด ตําพอแหลก กรองเอาเฉพาะน้ำผสมหัวกะทิ 2 ช้อนชาต่อมะเกลือ 1 ผล กินครั้งเดียวให้หมดตอนเช้ามืด ก่อนอาหาร 3 ชั่วโมง หลังจากนี้ 3 ชั่วโมง ถ้าไม่ถ่ายให้กินยาระบายดีเกลือ โดยใช้ผงดีเกลือ 2 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ำประมาณครึ่งแก้วเพื่อถ่ายพยาธิและตัวยาที่เหลือออกมา สารที่มีฤทธิ์คือ Diospyrol Diglucoside

ข้อควรระวัง 1 ผู้ที่ห้ามใช้มะเกลือ ได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี หญิงมีครรภ์ หรือหลังคลอดไม่เกิน 6 สัปดาห์ ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร หรือมีอาการปวดท้อง ถ่ายอุจจาระผิดปกติบ่อย ๆ และผู้ที่กําลังเป็นไข้ในการ เตรียมยาต้องใช้ผลดิบสด เตรียมแล้วกินทันที ไม่ควรเตรียมยาครั้งละมาก ๆ ถ้าใช้เครื่องบดไฟฟ้าจะทําให้ละเอียดมาก และมีตัวยาออกมามากเกินไป

ข้อควรระวัง 2 เคยมีรายงานว่าถ้ากินยามะเกลือขนาดสูงกว่าที่ระบุ ไว้หรือเตรียมไว้นาน สารสําคัญจะเปลี่ยนเป็นสารพิษชื่อ Diospyrol ทําให้จอรับภาพและประสาทตาอักเสบ ตาอาจบอดได้ ประโยชน์ด้านอื่น ๆ เนื้อไม้ใช้ทําเฟอร์นิเจอร์ประดับมุก ผลให้สีดํา ใช้ย้อมผ้าและแพรได้

 

สมุนไพร ยาระบาย ยาถ่าย

สมุนไพร ยาระบาย ยาถ่าย

  1. ขี้เหล็ก

ชื่ออื่น ขี้เหล็กแก่น ขี้เหล็ก บ้าน ขี้เหล็กหลวง ขี้เหล็กใหญ่

ลักษณะ ไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน กว้างประมาณ 1.5 ซม. ยาว 4 ซม. ใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลแกมเขียว ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลือง ผลเป็นฝัก แบบยาวและหนา

ประโยชน์ทางสมุนไพร ใบอ่อน ดอกตูม และแก่นมีสารกลุ่มแอนทราควิโนนหลายชนิด จึงมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ใช้ใบอ่อนครั้งละ 2-3 กํามือ ต้มกับ น้ำ 1-1.5 ถ้วย เติมเกลือเล็กน้อย ดื่มก่อนอาหารเช้าครั้งเดียว นอกจากนี้ยังพบสารซึ่งมีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง ทําให้นอนหลับ โดยใช้วิธีนํามาดองเหล้า ดื่มก่อนนอน

  1. ชุมเห็ดเทศ

ชื่ออื่น ขี้คาก ลับมืนหลวง หมากกะลิงเทศ ชุมเห็ดใหญ่

ลักษณะ ไม้พุ่มสูง 1-3 เมตร แตกกิ่งออกด้านข้างในแนวขนานกับพื้น ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับใบย่อยรูปขอบขนาน รูปวงรีแกมขอบขนานหรือรูปไข่กลับ กว้าง 3-7 ซม. ยาว 6-15 ซม. หูใบเป็นรูปสามเหลี่ยม ดอกช่อออกที่ซอกใบตอนปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลืองทอง ใบประดับสีน้ำตาลแกมเหลือง หุ้มดอกย่อยเห็นชัดเจน ผลเป็นฝักมีครีบ 4 ครีบ เมล็ดแบน รูปสามเหลี่ยม

ประโยชน์ทางสมุนไพร ใบสดใช้เป็นยารักษากลากเกลื้อนได้ผลดี โดยตําแช่เหล้า เอาส่วนน้ำเหล้าทาบริเวณที่เป็นวันละ 2-3 ครั้ง จนกว่าจะหายพบว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อราที่ผมและเล็บใช้ไม่ได้ผล

ใบและดอก มีสารกลุ่มแอนทราควิโนน เช่น Rhein Emodin และ Aloeemodin ใช้เป็นยาระบาย ที่กระตุ้นการบีบตัวของลําไส้ใหญ่ ต้มใบแห้ง ครั้งละ 12 ใบ หรือชงน้ำดื่มก่อนนอน หรือทําเป็นยาลูกกลอน หรือใช้ดอกสด 2-3 ช่อ ต้มกินเป็นผักจิ้ม ไม่ควรกินติดต่อกันนาน เพราะจะทําให้ลําไส้ชินยา และไม่ทํางานตามปกติ สตรีมีครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

  1. ตองแตก

ชื่ออื่น ตองแต่ ถ่อนดี ทนดี นองป้อม ลอมปอม

ลักษณะ ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร ยอดอ่อนมีขน ใบเดี่ยวเรียงสลับ ใบที่บริเวณยอดรูปใบหอกหรือรูปวงรี กว้าง 3-4 ซม. ยาว 6-7 ซม. ใบที่บริเวณโคนต้นมักมีขอบหยักเว้าเป็น 3-5 แฉก รูปขอบขนานแกมรูปไข่ กว้าง 7-8 ซม. ยาว 15-18 ซม. ดอกช่อ แยกเพศอยู่บนต้นเดียวกันหรือบนช่อเดียวกัน ออกที่ซอกใบ ดอกตัวผู้มีจํานวนมาก อยู่ตอนบนของช่อ ไม่มีกลีบดอก กลีบเลี้ยงสีเหลืองแกมเขียว 4-5 กลีบ ดอกตัวเมียออกที่โคนช่อ ไม่มีกลีบดอก ผลแห้ง แตกได้ มี 3 พู

ประโยชน์ทางสมุนไพร ใบแห้งใช้ต้มน้ำดื่มเป็นยาถ่าย เมล็ดเป็นยาถ่ายอย่างแรง รากต้มน้ำดื่มหรือฝนน้ำกิน เป็นยาถ่ายที่ไม่รุนแรง ถ่ายลมเป็นพิษ (ผื่นคันหรือตุ่มหนองที่ผิวหนัง) ถ่ายพิษพรรดึก (อาการที่เกิดจากท้องผูก ถ่ายเป็นก้อนแข็งคล้ายขี้แพะ) ถ่ายเสมหะเป็นพิษ (เช่น เสมหะเขียว)

  1. มะกา

ลักษณะ ไม้ยืนต้น สูง 5-10 เมตร ลําต้นเรียบ ใบเดี่ยวเรียงสลบนในระนาบเดียวกัน รูปวงรีหรือรูปไข่กลับ กว้าง 3-8 ซม. ยาว 8-21 ซม. หลังใบสีเขียวอ่อน ท้องใบสีจางกว่า ก้านใบสั้นโป่งพองออก ดอกช่อ ออกเป็นกระจุก ที่ซอกใบหรือตามกิ่ง แยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน ผลสด ค่อนข้างกลม

ประโยชน์ทางสมุนไพร ใบใช้เป็นยาระบายอย่างอ่อน โดยนําใบสด หรือแห้ง ปิ้งไฟจนกรอบ ขนาด 1.5-2 กรัม ชงน้ำเดือด แช่ไว้ประมาณ 10-20 นาที ดื่มก่อนนอน อาการข้างเคียงคือ ปวดมวนท้อง คลื่นไส้

สมุนไพรถ่ายพยาธิ

  1. ตะไหลแก้ว

ชื่ออื่น แก้ว จ๊าพริก

ลักษณะ ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 5 เมตร ใบประกอบแบบขนนกชนิดที่มีใบยอด 1 ใบ ใบย่อยมี 7-9 ใบ ใบย่อยยาว กว้าง 1-1.5 ซม. ดอกออกเป็นช่อสั้น ๆ ที่ปลายกิ่ง ดอกสีขาวมี 5 กลีบ หอม ผลรี รูปไข่ ผลสุก สีแดง ออกดอกตลอดปี

ประโยชน์ทางสมุนไพร ใบใช้เป็นยาขับพยาธิตัวตืด เคี้ยวอมแก้ปวดฟัน แก้บิด และท้องเสีย

  1. ทับทิม

ชื่ออื่น พิลา พิลาขาว มะก่องแก้ว มะเก๊าะ

ลักษณะ ไม้พุ่ม สูง 2-5 เมตร กิ่งเล็ก ๆ มักเปลี่ยนเป็นหนามแหลม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 1-2 ซม. ยาว 4-6 ซม. ใบอ่อนมีสีแดง ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-5 ดอก ออกที่ซอกใบและปลายยอด กลีบดอกสีส้มแดง ร่วงง่าย กลีบเลี้ยงหนาแข็ง สีส้ม แกมเหลือง ผลเป็นผลสดรูปกรม

ประโยชน์ทางสมุนไพร เปลือกผลแก่ตากแห้ง รักษาอาการท้องร่วง ขนาดที่ใช้คือ เปลือกผลแห้งประมาณ 1 ใน 4 ผล ฝนหับน้ำให้ข้น ๆ กินวันละ 1-2 ครั้ง การกินขนาดสูงอาจเป็นอันตรายได้ นอกจากนี้ ใช้ฝนกับน้ำทาแก้น้ำกัดเท้า พบว่ามีสารแทนนินและกรดแทนนิกซึ่งช่วยฝาดสมาน เปลือกราก เปลือกต้นมีสาร Pelletierine และ isopelletierine ซึ่งเป็นพิษจึงไม่ควรใช้

  1. มะหาด

ชื่ออื่น หาด ขนุนป่า มะหาดใบใหญ่

ลักษณะ ไม้ยืนต้น สูงประมาณ 30 เมตร ทรงพุ่มแผ่กว้าง ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนานหรือรูปวงรี กว้าง 8-10 ซม. ยาว 10-12 ซม. หลังใบเป็นมันสีเขียวเข้ม ท้องใบสาก ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ค่อนข้างกลม ก้านสั้น แยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ผลเป็นผลรวม สีเหลือง ผิวขรุขระ มีขนนุ่ม

ประโยชน์ทางสมุนไพร นําเนื้อไม้มาเคี่ยวกับน้ำ กรองเนื้อไม้ออก บีบน้ำออกให้แห้ง จะได้ผงสีนวลจับกันเป็นก้อน ย่างไฟให้เหลือง เรียกว่า ปวกหาด ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิเส้นด้าย พยาธิไส้เดือน และพยาธิตัวตืด สาร ที่ออกฤทธิ์คือ 2 4 3 5-Tetrahydroxystibene ละลายผงปวกหาดจํานวน 3 กรัมในน้ำเย็น ดื่มช่วงเช้ามืด ก่อนอาหาร หลังจากนั้น 2 ชั่วโมง ให้กินยาถ่าย เช่น ดีเกลือ เพื่อถ่ายตัวพยาธิ

  1. มะเฟือง

ลักษณะ ไม้ยืนต้น สูง 3-5 เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับใบย่อยรูปขอบขนานแกมใบหอก กว้าง 22-3.5 ซม. ยาว 3-9 ซม. ดอกช่อออกที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีชมพูแกมม่วง ผลเป็นผลสด อวบน้ำ ยาว 7-14 ซม. มีสันโดยรอบ 5 สัน ผลดิบสีเขียว ผลสุกสีเหลือง มีรสเปรี้ยวอมหวาน

ประโยชน์ทางสมุนไพร ดอกใช้เป็นยาขับพยาธิ ใบและรากแก้ไข้ ผลใช้ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ ขับเลือดเสีย

 

 

วิตามินและแร่ธาตุเสริม…ควรเสริมเมื่อไหร่?

วิตามิน (Vitamins)

ในอดีตการใช้ชีวิตของกะลาสีเรือในท้องทะเลนับว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงต่อโรคร้ายชนิดหนึ่ง โรคนั้นทําให้ลูกเรือจํานวนมากต้องล้มป่วย มีสภาพชวนสังเวชจากการที่มีเลือดไหลออกจากเหงือก และฟันหลุดร่วงออกมา พวกเขาได้แต่นอนร้องครวญครางจนกระทั่งความตายมาเยือน นั่นเองจึงจะเป็นเวลาที่หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานนั้นไปได้ เหตุที่ลูกเรือต้องพบกับโรคร้ายดังกล่าวนี้ ก็เพราะการออกทะเลเป็นเวลานานทําให้พวกเขาไม่ได้รับสารอาหารที่สําคัญบางชนิดอย่างเพียงพอ เวลาผ่านไป จนกระทั่งทุกวันนี้ เราต่างก็รู้จักโรคนั้นกันดีในชื่อว่า “โรคลักปิดลักเปิด” แต่ลักปิดลักเปิดในปัจจุบันไม่ได้น่ากลัวเหมือนในอดีต เนื่องจากเรามีความรู้เรื่องวิตามิน และรู้ว่าวิตามินซีสามารถบําบัดรักษาโรคนี้ได้ ข้อเท็จจริงนี้ย้ำให้เห็นถึงความสําคัญของวิตามิน ที่แม้ร่างกายของมนุษย์จะต้องการในปริมาณไม่มากนัก หากแต่ก็ไม่อาจขาดได้เลย

วิตามินและแร่ธาตุเสริม…ควรเสริมตอนไหน?

คุณอาจจําเป็นต้องได้รับวิตามินและแร่ธาตุมาเสริมความต้องการของร่างกาย หากอยู่ในข่ายดังต่อไปนี้

  • เป็นบุคคลที่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เช่น ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติอย่างเคร่งครัด ผู้สูงวัย คนยากจน บุคคลเหล่านี้มักพบการขาดวิตามินและแร่ธาตุที่จําเป็นต่อร่างกายอยู่เสมอ เนื่องจากไม่ได้รับประทานอาหารครบหมู่ที่หลากหลาย
  • อยู่ในภาวะที่ทําให้การดูดซึมวิตามินของร่างกายมีปัญหา เช่น การเจ็บป่วยด้วยโรคลําไส้อักเสบเรื้อรังจะมีผลต่อการดูดซึมของวิตามินบางชนิด เนื่องจากลําไส้ของคนเรานั้นทั้งดูดซึมและสามารถผลิตวิตามินบางชนิดให้แก่ร่างกายได้ ผู้ที่เป็นโรคตับมักจะทําให้การดูดซึมวิตามินประเภทที่ละลายในไขมันบกพร่อง รวมถึงการใช้ยารักษาโรคบางชนิดก็มีผลต่อการดูดซึมวิตามินเช่นเดียวกัน
  • อยู่ในภาวะที่ร่างกายมีการขับวิตามินและแร่ธาตุออกมามากกว่าปกติ เช่น ผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังจะทําให้มีการสูญเสียวิตามินเอ และวิตามินดีมากกว่าปกติ
  • อยู่ในภาวะที่ร่างกายต้องการสารอาหารเพิ่ม เช่น หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรที่ต้องการสารอาหารต่างๆ รวมทั้งวิตามินเพิ่มขึ้นเพื่อตนเองและบุตร ผู้ป่วยที่ต้องการวิตามินเพื่อช่วยในการซ่อมแซมและบํารุงสุขภาพที่เสียสมดุลไป

ประเภทของวิตามินและแร่ธาตุเสริม

  • การรับประทาน เป็นวิธีรับวิตามินและแร่ธาตุเสริมที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยมากที่สุด ได้รับความนิยมมากที่สุดและปรากฏในหลายรูปแบบ เช่น แคปซูล ยาอัดเม็ด ยาน้ำ ยาหยด สารละลาย
  • ทางหลอดเลือด โดยการฉีด ซึ่งมีเพียงบางชนิดที่ถูกผลิตขึ้นมาในรูปแบบนี้และต้องได้รับโดยอยู่ภายใต้การดูแลจากแพทย์เท่านั้น

ข้อควรคํานึงเพื่อการเสริมวิตามิน และแร่ธาตุอย่างปลอดภัย

  • ความจําเป็น หากจะรับประทานวิตามินและแร่ธาตุเสริม คุณควรพิจารณาภาวะสุขภาพของตนเองให้รอบคอบว่าจําเป็นหรือไม่เพียงไรที่จะต้องใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ เพราะสุขภาพของคนเรานั้นมีความต่างกัน ใช่ว่าการได้รับวิตามินหรือแร่ธาตุตัวเดียวกันจะให้ผลที่เหมือนกันในทุกคน ยิ่งไปกว่านั้น วิตามินหรือแร่ธาตุบางตัวยังไม่เป็นผลดีต่อโรคบางโรคเช่น ผู้ป่วยโรคเลือดจาง ธาลัสซีเมีย (Thalassemia) ไม่ควรจะรับประทานวิตามินเสริมที่มีธาตุเหล็กเป็นส่วนผสม ดังนั้นหากคุณมีโรคประจําตัวอยู่ก็ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน
  • เลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจําอยู่ เพราะสามารถขอคําแนะนําในการใช้ที่ถูกต้องได้
  • ศึกษาฉลากให้เข้าใจ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ปลอดภัยจะมีฉลากที่ระบุรายละเอียดต่างๆอยู่ข้างบรรจุภัณฑ์ รายละเอียดที่สําคัญคือ ชื่อยี่ห้อ ส่วนประกอบสําคัญ ปริมาณ ส่วนผสม แหล่งผลิต ผู้จัดจําหน่าย วันผลิตและวันหมดอายุ วิธีการใช้ เลขที่อย. คุณต้องอ่านฉลากให้ละเอียดว่ามีข้อมูลเหล่านี้ครบถ้วนหรือไม่ ศึกษาวิธีการใช้และปฏิบัติตามนั้น
  • การรับประทาน วิตามินและแร่ธาตุเสริมส่วนใหญ่ควรรับประทานพร้อมกับอาหาร หมายถึงรับประทานหลังอาหารทันที เพื่อให้วิตามินและแร่ธาตุเสริมเหล่านั้นดูดซึมไปพร้อมกับอาหาร ซึ่งวิตามินบางตัวจะช่วยสนับสนุนการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายซึ่งกันและกันได้ดียิ่งขึ้น

 

เรื่องน่ารู้ของวิตามินเอ

เรื่องน่ารู้ของวิตามินเอ

วิตามินดี หรือ แคลซิเฟอรอล (Calciferol) หรือที่รู้จักกันดีในฐานะของวิตามินที่ร่างกายจะได้รับจากแสงแดดยามเช้า เนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดดจะช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนคอเลสเตอรอลภายในผิวหนังให้กลายเป็นวิตามินดี จากนั้นจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตเพื่อส่งไปเก็บไว้ที่ตับเป็นส่วนใหญ่ นอกนั้นจะเก็บไว้ที่ผิวหนัง สมอง ตับอ่อน กระดูก และลําไส้บ้าง วิตามินดีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ดังนั้นร่างกายจึงสามารถเก็บสะสมวิตามินดีไว้ได้

วิตามินที่จําเป็นต่อร่างกายมนุษย์มีดังนี้

วิตามินเอ (A) วิตามินบี 3 (B3) วิตามินบี 9 (B9) วิตามินดี (D) วิตามินเค (K) วิตามินบี 1 (B1)                          วิตามินบี 2 (B2) วิตามินบี 5 (B5) วิตามินบี 6 (B6) วิตามินบี 12 (E12) วิตามินซี (C) วิตามินอี (E)                             วิตามินเอช (H) วิตามินคิว (Coenzyme Q10)

วิตามินดีจากแหล่งอาหาร เราสามารถรับวิตามินดีได้จาก 2 แหล่ง คือ แสงแดดยามเช้า และอาหาร แต่แสงแดดยามเช้าถือเป็นแหล่งวิตามินดีที่สําคัญที่สุดสําหรับร่างกายของมนุษย์ เพียงแค่ออกไปสู่แสงแดด ในเวลาเช้าสัก 1.5-2 ชั่วโมง เท่านี้ร่างกายก็ได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอแล้ว สําหรับวิตามินดีในอาหารนั้นมีไม่มากนักหากเทียบกับการได้รับจากแสงแดดโดยตรง อาหารที่มีวิตามินดี เช่น ตับ ปลา น้ำมันตับปลา ไข่แดง นม เนย เป็นต้น ดังนั้นการได้ออกแดดในเวลาเช้าเป็นประจําก็จะช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์ วิตามินดีได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการรับประทานอาหารที่มีวิตามินชนิดนี้แต่ประการใด

คุณประโยชน์ของวิตามินดี

  • บํารุงรักษาระบบประสาทให้มีสุขภาพดี
  • รักษาระบบการทํางานของหัวใจให้เป็นปกติ
  • ช่วยให้เกล็ดเลือดอยู่ในระดับปกติ
  • ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม และธาตุฟอสฟอรัสจากลําไส้เล็กไปเก็บไว้ที่กระดูกและฟัน ทําให้กระดูกและฟันแข็งแรง
  • วิตามินที่มีส่วนช่วยในการดูดซึมวิตามินเอเข้าสู่ร่างกาย
  • เด็กๆ จะได้รับประโยชน์จากวิตามินดีมาก เพราะวิตามินดีช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูก ทําให้กระดูกและฟันแข็งแรง ไม่ผุกร่อน

ผลจากการขาดวิตามินดี

  • ทําให้เกิดโรคกระดูกอ่อนในเด็ก (Rickets) และโรคกระดูกพรุนในผู้ใหญ่ (Osteoporosis)
  • ฟันผุ
  • ร่างกายจะมีปัญหาในการดูดซึมแคลเซียม ทําให้รูปร่างไม่สมประกอบ เช่น น้ำหนักลด เติบโตช้า กระดูกสันหลังโก่ง ข้อมือ เข่า และกระดูกข้อเท้าโต
  • ความต้านทานโรคลดน้อยถอยลง เสี่ยงต่อการเป็นหวัด ปอดบวม วัณโรคได้ง่าย
  • กล้ามเนื้ออ่อนกําลัง ไม่มีความคล่องแคล่ว ไม่กระฉับกระเฉง
  • มีอาการชัก

ผลจากการรับวิตามินดีมากเกินไป  หากรับประทานวิตามินดีมากเกินไปเป็นระยะเวลานาน จะทําให้เกิดพิษกับร่างกายดังนี้ ปวดศีรษะ กระหายน้ำมาก ปวดตา ผิวแห้งมีอาการคัน คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน เบื่ออาหาร ปัสสาวะมากและบ่อย เกิดหินปูนเกาะตามอวัยวะหรือเนื้อเยื่อ เช่น หัวใจ ผนังเส้นเลือด และปอด แต่อาการเป็นพิษจากวิตามินดีเหล่านี้จะหมดไปเมื่อหยุดรับประทาน

เกี่ยวกับการเสริมวิตามินดี วิตามินดีกับการบําบัดรักษา มีคํากล่าวอ้างว่าวิตามินที่มีส่วนช่วยให้การบําบัดรักษาอาการของโรคดังต่อไปนี้ทุเลาลงได้

  • โรคกระดูกพรุน • โรคข้ออักเสบ • โรคปริทันต์ • โรคสะเก็ดเงิน

เรื่องน่ารู้คู่วิตามินดี

  • เมื่อวิตามินดีถูกใช้ร่วมกับวิตามินซี จะช่วยป้องกันและบรรเทาอาการหวัดได้
  • หากรับประทานวิตามินดีร่วมกับวิตามินบี 6 ในปริมาณมากจะมีผลต่อการรักษาและบรรเทาโรคข้ออักเสบ และโรคเรื้อนกวาง หรือสะเก็ดเงิน
  • เหตุที่วิตามินดีจําเป็นสําหรับเด็กๆ เพราะทารกแรกเกิดยังไม่มีการเก็บสะสมวิตามินดีไว้ในร่างกาย หากได้รับอาหารไม่เพียงพอ หรือไม่ได้ออกแดดเลย ก็จะทําให้เป็นโรคกระดูกอ่อนได้ง่าย
  • ผู้สูงอายุบางรายอาจจําเป็นต้องได้รับวิตามินดีเสริม เนื่องจากร่างกายไม่อาจดูดซึมวิตามินได้ดีเท่ากับช่วงวัยหนุ่มสาว
  • สตรีในวัยหมดประจําเดือนอาจจําเป็นต้องรับประทานวิตามินดีเป็นอาหารเสริม เนื่องจากวิตามินดีมีคุณสมบัติช่วยลดปัญหากระดูกพรุนจากการขาดแคลเซียมได้
  • หากรู้สึกว่าร่างกายควรได้รับวิตามินดีเป็นอาหารเสริมควรปรึกษาแพทย์

 

ร้านกาแฟในประเทศญี่ปุ่น

ร้านกาแฟในประเทศญี่ปุ่น

ร้านกาแฟที่เป็นแบรนด์ดังๆ ในญี่ปุ่นมีประมาณ 3-4 แบรนด์ ที่จําได้นอกจาก UCC (Ueshima Coffee) ซึ่งมีเชนมากที่สุดในญี่ปุ่น คือประมาณ 300 สาขา โดยเฉพาะในเมืองโกเบ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสํานักงานใหญ่ ถ้าเป็นโตเกียวก็จะมี Key Coffee เป็นแบรนด์นํา นอกจากนี้ก็มี Ha Coffee ที่เห็นอยู่ทั่วๆ ไป ดิฉันถูกส่งไปประชุมผู้จัดการร้านหรือที่เรียกว่าเทนโจมีตติ้งที่ประเทศญี่ปุ่นเกือบทุกปี โดยจะเป็นการประชุมใหญ่ปีละครั้งของร้าน UCC ทั่วภูมิภาค มีการแถลงนโยบายของประธานบริษัทฯ สรุปยอดขายของเขตต่างๆมีการแจกรางวัลร้านที่ทํายอดได้ถึงเป้ารางวัลพนักงานดีเด่น ดิฉันจึงได้มีโอกาสเห็น ร้านกาแฟรูปแบบต่างๆในประเทศญี่ปุ่นที่มีการพัฒนามากขึ้นทุกปี

ในช่วงเช้าคนญี่ปุ่นจะเข้าร้านกาแฟกันเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนทำงานจะต้องแวะร้านกาแฟก่อนไปทํางานทุกเช้า พวกเขาจะดื่มกาแฟ 1 ถ้วย พร้อมขนมปังปิ้ง 1 ชิ้น ไข่ต้ม 1 ฟอง ซึ่งจะขายเป็นเซ็ต ส่วนคุณแม่บ้านจะต้องไปจับจ่ายกับข้าวและซื้อของใช้ต่างๆ ในห้างสรรพสินค้า เราจึงเห็นผู้หญิงญี่ปุ่นยืนรอห้างเปิดเป็นคิวยาวทุกเช้า เมื่อเข้าห้างได้แล้วก็จะเข้าไปดื่มกาแฟ ซึ่งเป็นที่นัดหมายของบรรดาแม่บ้าน ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปช้อปปิ้ง พอถึงช่วงกลางวันหลังจากรีบร้อนรับประทานอาหารในร้านที่มีคนต่อคิวยาวแล้ว คนญี่ปุ่นจะไปดื่มกาแฟในร้านกาแฟอีก ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมที่แตกต่างจากบ้านเราเป็นอย่างมากที่ชอบอะไรสะดวกสบายคือจะดื่มกาแฟในร้าน ทําให้ร้านอาหารต้องมีกาแฟ และในร้านกาแฟก็ต้องมีอาหารขายควบคู่กันไปอีกเช่นกัน

เนื่องจากการดื่มกาแฟของประเทศญี่ปุ่นถือเป็นวัฒนธรรมสมัยใหม่อย่างหนึ่งนอกเหนือจากประเพณีการดื่มชาที่มีมาแต่โบราณ ซึ่งชาวญี่ปุ่นจึงคิดค้นวิธีการชงกาแฟด้วยไซฟ่อน ถือเป็นศิลปะในการชงกาแฟแบบหนึ่งโดยใช้ระบบกาลักน้ำ โดยการให้ความร้อนด้วยเปลวไฟจากแก๊สหรือตะเกียง แอลกอฮอล์ใต้กระเปาะแก้วตัวล่างที่มีน้ำสะอาดอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม เมื่อน้ำถูกความร้อนจนเดือดก็จะถูกดันให้ขึ้นไปหากระเปาะแก้วตัวบนที่มีกาแฟคั่วบดส่งกลิ่นหอมรออยู่ เมื่อน้ำร้อนถูกผสมกับกาแฟในกระเปาะแก้วตัวบน โดยรักษาอุณหภูมิให้ใกล้จุดเดือด กาแฟจะถูกสกัดด้วยระยะเวลาที่กําหนด เช่น เมื่อครบ 20 วินาที ไซฟ่อนทั้งชุดจะถูกยกออกจากเปลวไฟด้านล่าง อากาศด้านบนจะดันน้ำกาแฟให้ไหลผ่านผ้ากรองที่ติดไว้กับกระเปาะแก้วตัวบนให้ลงมาสู่กระเปาะแก้วตัวล่างที่เป็นสุญญากาศ เพราะอากาศข้างในถูกดันขึ้นไปพร้อมน้ำจนหมดแล้ว น้ำกาแฟที่กรองด้วยผ้าแล้วก็จะถูกดูดกลับลงมาสู่กระเปาะแก้วตัวล่างอีกครั้ง เมื่อยกกระเปาะแก้วด้านบนออกไป เราก็สามารถรินน้ำกาแฟที่ได้ใส่ถ้วยเสิร์ฟให้กับลูกค้า โดยการรินที่มีรูปแบบไม่ให้น้ำกาแฟหกหยดเลอะนอกถ้วย นับเป็นศิลปะการชงกาแฟที่ให้ความเพลิดเพลิน แก่ลูกค้าที่นั่งรอเป็นแถวบนเคาน์เตอร์บาร์ไม่ให้รู้สึกเบื่อกับการรอ และการชงกาแฟด้วยไซฟ่อนนี้ก็เป็นการชงกาแฟที่สามารถควบคุมการสกัดของเนื้อกาแฟ ได้ด้วยตัวผู้ชงเอง ไม่ว่าจะเป็นปริมาณกาแฟ ปริมาณน้ำ อุณหภูมิที่ชง และ อุปกรณ์ที่คิดค้นขึ้นมาโดยเฉพาะนี้ ทําให้กาแฟที่ออกมามีความหอม รสชาติกลมกล่อม แต่ไม่เข้มข้นเหมือนการชงด้วยเครื่องชงแบบเอสเพรสโซ่ที่นิยมในปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้กระแสกาแฟเข้มข้นแบบเอสเพรสโซ่ได้เข้ามาแทนที่การชงกาแฟแบบไซฟ่อนไปเกือบหมดแล้ว

ในปัจจุบันร้านกาแฟในประเทศญี่ปุ่นมีเป็นจํานวนมาก ทั้งแบรนด์จากต่างประเทศ เช่น สตาร์บัคส์ เซกาเฟรโด้ อิลลี่ หรือแบรนด์ในประเทศเอง ก็เกิดขึ้นมากมายไปหมด ที่เป็นเชนใหญ่ๆ ก็มีพรอนโต้ ซึ่งมีคอนเซ็ปต์เป็นร้านกาแฟตอนกลางวัน ขายกาแฟคู่กับเบเกอรี่ พอกลางคืนก็จะมีการหมุนปรับเคาน์เตอร์เป็นบาร์เหล้ากับสแน๊ก และกาแฟดูเตอร์ (Doutor) ซึ่งมีมากกว่า 1,000 สาขา เห็นทั่วไปหมดทุกมุมถนน บางทีเดินไปนิดเดียวก็เจอร้านกาแฟดูเตอร์อีกแล้ว เหมือนร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในบ้านเราอย่างไรก็อย่างนั้น แม้แต่ ในประเทศไต้หวันก็มีร้านกาแฟดูเตอร์ซึ่งเป็นแฟรนไชส์อยู่เป็นจํานวนมาก ส่วนร้านกาแฟ UCC ในโตเกียวก็ได้พัฒนารูปแบบไปอีกขั้น เป็นร้านยูชิม่าคอฟฟี่ ซึ่งเขียนชื่อและโลโก้ด้วยภาษาญี่ปุ่น จับลูกค้าระดับบนขึ้นไปอีก ถือว่าเป็นการปรับกลยุทธ์หนีการแข่งขันของร้านกาแฟเจ้าใหม่ๆ ขึ้นไปอีกระดับ

 

แนวคิดของนักธุรกิจระดับโลก

แนวคิดของนักธุรกิจระดับโลก

แนวคิดของบิลเกสต์

              คงเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า บิล เกตส์ ผู้ครองตําแหน่งอภิมหาเศรษฐีหมายเลขหนึ่งของโลกในช่วงเวลา 13 ปีที่ผ่านมา ออกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ก่อนเรียบจบหลักสูตรปริญญาตรี ปัจจัยที่ทําให้เขาออกกลางคันได้แก่ ความต้องการที่จะทุ่มเทเวลาให้กับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ผลของความทุ่มนั้นเป็นที่รู้กันอย่างทั่วถึงแล้ว ตอนนั้นบิล เกตส์ อายุยังไม่ครบ 52 ปี แต่ได้ประกาศว่า เขาจะเกษียณจากบริษัทไมโครซอฟท์ในราวอีก 1 ปี หลังจากนั้นเขาจะทุ่มเทเวลาให้กับการแก้ปัญหาของโลก

กฎทอง…ที่ไม่มีสอนในโรงเรียน เป็นกฎที่ บิล เกตต์ เค เคยพูดเอาไว้ เมื่อมีคนถามว่า ทําอย่างไรเขาถึงได้ประสบความสําเร็จ และรวยมหาศาล เช่นทุกวันนี้ ที่สําคัญสิ่งเหล่านี้ หาไม่เจอในโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษา ที่เราเรียนกันมากว่า 10 ปี

กฎข้อที่ 1 ชีวิตนี้ไม่ยุติธรรมนักหรอก ทําความเคยชินกับมันซะเถอะ

กฎข้อที่ 2 โลกไม่สนใจหรอก ว่าคุณจะมั่นใจในตัวเองแค่ไหนแต่โลกนี้คาดหวังความสําเร็จที่เกิดจากความมั่นใจ ของคุณต่างหาก

กฎข้อที่ 3 ไม่มีทางที่คุณจะทําเงินได้ปีละ 60,000 เหรียญ (เกือบ 2 ล้าน) ทันทีที่เพิ่งจบมัธยม และก็อย่าหวังเลยว่าจะได้เป็นประธานบริษัท ที่มีรถประจํา ตําแหน่งพร้อมโทรศัพท์ในรถส่วนตัวด้วย

กฎข้อที่ 4 ถ้าคุณคิดว่าอาจารย์กําลังสอนบทเรียนอันน่าเบื่อลองไปทํางาน แล้วเจอกับเจ้านายสิ

กฎข้อที่ 5 การคิดคําแสลงใหม่ ๆ ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะตา ยายของคุณก็เคยทํามาก่อน

กฎข้อที่ 6 ชีวิตที่ยุ่งเหยิงของคุณไม่ใช่ความผิดของพ่อแม่ เลิกคร่ำครวญเกี่ยวกับสิ่งที่พลาดไปแล้ว แต่จงเรียนรู้จากมัน

กฎข้อที่ 7 ก่อนที่คุณจะเกิด พ่อแม่ไม่ได้น่าเบื่อ เหมือนที่คุณออกรู้สึกตอนนี้ พวกเขาต้องทํางานอย่างหนัก มาจ่ายบิลต่าง ๆ ต้องซักเสื้อผ้าให้กับคุณ พวกเขาต้องอดทนฟังคุณคุยอวดในเรื่องไร้สาระ ดังนั้นถ้าคุณคิด จะทําเรื่องใหญ่ ๆ อะไรก็ตาม ช่วยเก็บตู้เสื้อผ้ารกๆของคุณให้สะอาดซะก่อน

กฎข้อที่ 8 ชีวิตในโรงเรียน อาจตัดสินคุณว่า เป็นผู้ชนะ หรือแพ้แต่ชีวิตจริงนั้น ไม่ใช่ บางโรงเรียน สอนการ เป็นผู้แพ้ด้วยซ้ำไป แถมยังให้โอกาสคุณมากมาย ในการทําสิ่งที่ถูกต้องพูดง่ายๆ ก็คือชีวิตในโรงเรียนไม่เหมือนชีวิตจริงหรอก

กฎข้อที่ 9 ชีวิตไม่ได้แบ่งเป็นเทอม ๆ ไม่มีช่วงซัมเมอร์ให้คุณไปค้นหาตัวตน

กฎข้อที่ 10 สิ่งที่เกิดขึ้นในโทรทัศน์ไม่ใช่ชีวิตจริงเพราะในชีวิตจริง ผู้คนต้องรีบเช็คบิลจากร้านกาแฟ และตรงดิ่งไปทํางาน เราจะเห็นว่าในละครส่วนใหญ่ คนมักออกจากที่ทํางานมาคุยกันที่ร้านกาแฟ

กฎข้อที่ 11 เป็นมิตรกับความเนิร์ด แล้วชีวิตคุณจะไม่ต้องเป็นลูกจ้างใครอีกต่อไป

“จงอย่าใจร้อนและกระหายที่จะประสบความสําเร็จ แต่ให้มองโลกตามความเป็นจริง เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นด้วยความ กระตือรือร้น”

ทํางานได้สําเร็จ ตามสตีฟ จ๊อบส์

  1. นวัตกรรม เป็นสิ่งที่ทําให้เกิดความแตกต่างระหว่างผู้นําและผู้ตามนวัตกรรม หรือวิธีการใหม่เป็นสิ่งไร้ขีดจํากัดมีเพียงจินตนาการเท่านั้นที่มีขอบเขต ถึงเวลาแล้วที่คุณต้องเริ่มคิดนอกกรอบ ถ้าคุณทํางานในภาคธุรกิจที่กําลังเติบโต ต้องรู้จักคิดหาทางทํางานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นทําให้ลูกค้าพึงพอใจและอยากจะทําธุรกรรมด้วย แต่ถ้าคุณอยู่ในธุรกิจที่กําลังหดตัวต้องรีบออกมาจากธุรกิจนั้น โดยเร็ว และเปลี่ยนแปลงก่อนที่คุณจะกลายเป็นคนตกยุค ตกงาน หรือธุรกิจล่มสลาย และต้องจําไว้เสมอว่า คุณจะผัดวันประกันพรุ่ง ไม่ได้ ต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงเดี๋ยวนี้
  2. จงเป็นคนที่มีคุณภาพสูง คนบางคนไม่เคยชินกับการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คาดหวังความเป็นเลิศ ไม่มีหนทางลัดสู่ความเป็นเลิศ คุณจะต้องตั้งใจและให้ความสําคัญ ใช้ความสามารถ ทักษะ และพรสวรรค์ที่มี พยายามทําให้มากกว่าคนอื่น มีมาตรฐานสูงกว่า และใส่ใจในรายละเอียดที่ทําให้เกิดความแตกต่าง ความเป็นเลิศไม่ใช่เรื่องยาก แต่คุณต้องลงมือทําทันที แล้วคุณจะประหลาดใจในสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต
  3. วิธีเดียวที่จะทํางานให้ได้ผลดีเยี่ยม คือ คุณต้องรักในสิ่งที่ทํา ถ้าคุณยังไม่เจอสิ่งที่รักในตอนนี้ จงมองหาไปเรื่อยๆ อย่าด่วนสรุป เพราะมันเป็นเรื่องของหัวใจ คุณจะรู้ได้เอง เมื่อเจอสิ่งที่รัก จงทําในสิ่งที่รัก มองหาอาชีพการงานที่ทําให้คุณมีจุดประสงค์ ทิศทาง และความพึงพอใจในชีวิต เมื่อคุณมีเป้าหมาย และพยายามไปให้ถึงมันจะทําให้ชีวิตของคุณมีความหมายทิศทางและความพอใจ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้มีสุขภาพดี และอายุยืนยาวแต่ยังจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นเมื่อต้องเผชิญอุปสรรค
  4. คุณก็รู้ว่าอาหารส่วนใหญ่ที่เรากิน เราไม่ได้ผลิตด้วยตัวเราเอง เราสวมใส่เสื้อผ้าที่คนอื่นผลิต เราพูดภาษาที่คนอื่นพัฒนาขึ้น เราใช้คณิตศาสตร์ที่คนอื่นค่อยๆ ปรับปรุงมาเรื่อย ๆ หมายถึงว่า เราเป็นฝ่ายรับอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้น คงเป็นความรู้สึกที่น่าปลาบปลื้มอย่างยิ่งที่เราสามารถสร้างสรรค์บางสิ่งบางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ
  5. มีคําพูดในพุทธศาสนาว่า จิตของผู้เริ่มต้นมันเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างยิ่ง ที่ทุกคนควรจะมีจิตของผู้เริ่มต้นซึ่งเขาอธิบายต่อไปว่ามันเป็นจิตที่มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างตาม ความเป็นจริง ซึ่งค่อย ๆทําให้เราตระหนักถึงแก่นแท้ของสิ่งเหล่านั้น จิตของผู้เริ่มต้น ก็คือการนําหลักการของเซนมาปฏิบัติจริง เป็นจิตบริสุทธิ์ที่ปราศจากอคติ การคาดหวัง การตัดสิน ความลําเอียง ให้คิดว่าจิตของผู้เริ่มต้นเป็นเหมือนจิตของเด็กน้อย ซึ่งเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ความสงสัย และความประหลาดใจ

 

  1. เราคิดว่าโดยทั่วไปแล้ว คุณดูโทรทัศน์เพื่อพักสมอง และคุณใช้คอมพิวเตอร์ เมื่อต้องการให้สมองทํางานในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีรายงานการศึกษาจํานวนมากที่ยืนยัน หนักแน่นว่า การดูทีวีส่งผลเสียด้านจิตใจ และมีอิทธิพลด้านศีลธรรม และคนที่ติดทีวีส่วนมาก แม้จะรู้ว่ามันทําให้ชินชา และเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ แต่ก็ยังใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งอยู่หน้าจอสี่เหลี่ยม ดังนั้น จงปิดทีวีซะเพื่อถนอมเซลล์สมอง แต่ต้องระวังเพราะ การใช้คอมพิวเตอร์ก็อาจเป็นการพักสมองได้เช่นกัน ลองเปลี่ยนมาเล่นเกมที่พัฒนาสติปัญญาดีกว่า

 

 

ทําเลร้านกาแฟที่ดีมีที่ไหน

ทําเลร้านกาแฟที่ดีมีที่ไหน

ทําเลดีหายากยิ่งกว่าทองแล้วเราจะไปหาทําเลดีๆ ได้ที่ไหน ตอนนี้แม้กระทั่งในปั้มน้ำมันก็มีร้านกาแฟแล้วเกือบทุกปั้ม ทําเลที่มองว่ายังมีโอกาสอยู่คือ ทําเลในโรงพยาบาล สถานที่ราชการขนาดใหญ่ แล้วก็มหาวิทยาลัย เพราะเป็นกลุ่มคนทํางานและนักศึกษาที่มักมีไลฟ์สไตล์ในการดื่มกาแฟอยู่แล้ว ทําเลในโรงพยาบาลก็อาจเริ่มหายากแล้วเพราะโรงพยาบาลใหญ่ๆ เกือบทุกแห่งก็มีร้านกาแฟจับจองพื้นที่ไปแล้ว แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ บางทําเลคนทั่วไปอาจมองข้ามแต่เป็นทําเลที่มีศักยภาพ เช่น ทําเลในโรงพยาบาลสัตว์
สาขาร้านกาแฟในโรงพยาบาลสัตว์ของจุฬา ตอนแรกก็ไม่คิดว่าทำเลนี้จะไปได้ดี เพราะคิดว่าคนที่นําสัตว์มารักษาคงมีไม่มาก แต่พบว่า คนที่นําสัตว์เลี้ยงมารักษาต้องมาเข้าคิวแต่เช้า และเขาไม่สามารถเดินออกไปหาอาหารรับประทานที่โรงอาหารของจุฬาได้ เพราะโรงอาหารห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าไป แต่คนรักสัตว์จะให้เขาปล่อยสัตว์เลี้ยงไว้ตามลําพังก็คงไม่ได้ ดังนั้นร้านกาแฟในทําเลนี้จึงขายกาแฟและขายอาหารง่ายๆ ปรากฏว่าขายดีมาก แต่ร้านนี้พนักงานก็จะมีหน้าที่พิเศษเพิ่มขึ้นมาคือ หน้าที่เก็บอุจจาระสุนัขด้วย ซึ่งพนักงานในสาขานี้ก็ต้องเลือกคนที่รักสัตว์ เพราะจะต้องพบกับสัตว์หลากหลายรูปแบบอยู่เสมอ
โอกาสของทําเลในต่างจังหวัด
เมื่อทําเลดีๆ ในกรุงเทพฯ หายากเหลือเกิน หลายคนเริ่มถามถึงต่างจังหวัด รวมทั้งคนที่อยู่ต่างจังหวัดก็กําลังสนใจอยากเปิดร้านกาแฟมากขึ้น สําหรับทําเลในต่างจังหวัดที่มีการพูดถึงกันมากคือ ทําเลในปั้มน้ำมัน ทําเลในแหล่งท่องเที่ยว ทําเลในปั้มน้ำมันเป็นทําเลที่มีศักยภาพสูง เพราะมีผู้คนสัญจรไปมาอยู่เสมอ และกลุ่มคนที่มีรถมักจะเป็นคนที่มีศักยภาพ ส่วนทําเลในแหล่งท่องเที่ยวนั้นได้เปรียบในเรื่องจํานวนคนที่เดินทางมาท่องเที่ยว และคนที่มาท่องเที่ยวมักเป็นกลุ่มที่มีกําลังทรัพย์และพร้อมที่จะจับจ่ายใช้สอยอยู่แล้ว นอกจากนี้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวซึ่งมีเงินสะพัด มักจะมีฐานะดีกว่าประชาชนในท้องถิ่นที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว
บางคนอาจจะคิดว่าคนต่างจังหวัดไม่ดื่มกาแฟสดเพราะราคาแพงแต่จริงๆแล้วคนต่างจังหวัดรู้จักกาแฟสดมานานแล้วเหมือนกัน สังเกตว่าเวลาเราเดินทางไปต่างจังหวัดจะเห็นร้านกาแฟสดที่มีร้านอยู่ริมถนนขึ้นป้ายเชิญชวนให้คนที่ขับรถผ่านไปมาแวะเข้าไปหยุดพักดื่มกาแฟสด ทําเลร้านกาแฟในต่างจังหวัดจึงยังมีโอกาสอยู่โดยเฉพาะในจังหวัดใหญ่ๆ หรือในอําเภอใหญ่ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องทําการวิเคราะห์ทําเลให้ละเอียดว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่มีไลฟ์สไตล์ดื่มกาแฟหรือไม่ ดื่มกาแฟชนิดไหน เคยมีร้านกาแฟมาเปิดในละแวกนี้แล้วหรือไม่ รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มีรายได้เฉลี่ยมากน้อยเพียงใด และน่าจะมีกําลังซื้อกาแฟแก้วละเท่าใด การวิเคราะห์ทําเลจะมีผลกับการลงทุน การออกแบบตกแต่งร้าน และการกําหนดราคาขายด้วย เพราะหากเราทราบอยู่แล้วว่าประชาชนในแถบนี้ ส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ย 500 บาทต่อวัน ก็คงเป็นไปได้น้อยที่จะหันมาดื่มกาแฟ แก้วละ 50 บาทต่อวัน แต่หากเป็นแก้วละ 20-25 บาท ก็น่าจะเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
การวิเคราะห์ทําเล
อย่างไรก็ตาม การเลือกทําเลยังต้องมีการวิเคราะห์ทําเลอย่างละเอียด เช่น ในบริเวณย่านนั้นมีผู้คนสัญจรไปมามากก็จริง แต่เป็นการสัญจรที่ไม่สะดวกในการซื้อกาแฟ เช่น ร้านกาแฟบนสถานีรถไฟฟ้า หากมองผิวเผินเป็นทําเลที่ดีมาก ผู้คนสัญจรไปมาจํานวนมาก แต่อย่าลืมว่าบนรถไฟฟ้าห้ามนำเครื่องดื่มขึ้นไป และคนที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้ามักจะกําลังเร่งรีบ
เคยมีร้านกาแฟที่เปิดบนสถานีรถไฟฟ้า ร้านบนรถไฟฟ้า เราต้องเตรียมถุงพลาสติกไว้ เพราะหากคนซื้อต้องการซื้อเพื่อหิ้วขึ้นบนรถไฟฟ้าต้องใส่ถุงพลาสติกปิดให้มิดชิด แต่ร้านในทําเลรถไฟฟ้าก็มีข้อดีคือการที่คนเดินทางผ่านไปมาจํานวนมากเป็นการสร้างแบรนด์ให้กับสินค้าได้ดีมาก เพราะคนจํานวนมากหมุนเวียนมาเห็นยี่ห้อร้านเราทุกวัน เมื่อไปเห็นร้านที่สาขาอื่นๆ เขาก็จะจําได้ และอาจจะตัดสินใจซื้อจาก แบรนด์ที่เขาจดจําได้นั่นเอง หรือทําเลในอาคารสํานักงานเราต้องทําการวิเคราะห์ได้เลยว่ามีคนทํางาน ในตึกนี้กี่คน สมมติว่ามีคนทํางานในตึกนี้ 500 คน หากซื้อกาแฟของเรา แค่วันละ 10% คือ ซื้อกาแฟของเราวันละ 50 แก้ว ขายแก้วละ 30 บาท มีรายได้วันละ 1,500 บาท เพียงพอหรือไม่สําหรับค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนโดยเฉพาะค่าเช่าในทําเลนั้น ต้องบอกความจริงว่าทําเลดีๆ หายากมากในตอนนี้ ทําเลลักษณะที่ดี ไม่ว่าจะเป็นตลาด ย่านการค้า ศูนย์การค้า อาคารสํานักงาน ล้วนมีร้านกาแฟอยู่เกือบหมดแล้ว หรือหากเราโชคดีอาจได้ทําเลเหล่านี้มาในช่วงที่คนที่ทําอยู่เดิมกําลังจะเลิกทํา แล้วเราไปเซ้งกิจการมา แต่ก่อนจะเซ้งกิจการอะไรก็ต้องดูก่อนด้วยว่าเขาเลิกทําเพราะขาดทุนหรือว่าเลิกทําเพราะกําลังจะไปทําอย่างอื่นแทน หากเขาเลิกทําเพราะขาดทุน และเราต้องการทําเลแห่งนั้นจริงๆ เราต้องวิเคราะห์ให้ขาดเลยว่า เจ้าของเดิมขาดทุนเพราะอะไร หากเห็นปัญหาที่ชัดเจนและแน่ใจว่าเราแก้ไขได้จึงเข้าไปทําต่อ แต่หากเจ้าของเดิมขาดทุนเพราะทําเลตรงนั้นมันไม่ดีจริงๆ เราก็ไม่ควรไปทําต่อ เพราะเป็นเรื่องยากมากที่จะแก้ไขให้ทําเลไม่ดีกลับมาดีได้

ทําเลทองของร้านกาแฟจากอดีตถึงปัจจุบัน

ทําเลทองของร้านกาแฟจากอดีตถึงปัจจุบัน

พูดถึงร้านกาแฟในเมืองไทยตั้งแต่เริ่มเข้ามาบนถนนสายกาแฟ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 ได้เห็นรูปแบบร้านและทําเลที่ตั้ง ซึ่งมีพัฒนาการมาโดยลําดับ เราจะเห็นร้านกาแฟแบบที่ใช้เมล็ดกาแฟคั่วบดในสถานที่ใดบ้าง

ทำเลร้านกาแฟที่ดีต้องอย่างนี้

 คุณลักษณะของทําเลที่ดีจะมีลักษณะดังนี้เป็นทําเลที่มีผู้คนสัญจรไปมาตลอดเวลา เช่น ตลาด ย่านการค้าภายในศูนย์การค้า อาคารสํานักงานขนาดใหญ่ สถานที่ราชการ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล โรงภาพยนตร์ แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ

เป็นทําเลที่ไม่มีคู่แข่ง เช่น หากในย่านนั้นมีร้านกาแฟอยู่แล้วหากเราไปเปิดแข่งก็เพียงไปแย่งส่วนแบ่งลูกค้าจากร้านที่มีอยู่เดิม ซึ่งอาจไม่มากพอสําหรับร้านของเรา

โรงแรม

ร้านกาแฟแบบนี้เริ่มจากในโรงแรมก่อน เพราะนักธุรกิจสมัยก่อน เวลาจะนัดเจรจากันส่วนใหญ่จะนัดกันใน Coffee Shop ของโรงแรม ราคากาแฟต่อแก้วประมาณ 60 บาท ที่มีการตกแต่งดูเป็นร้านกาแฟที่สุด จําได้ว่าเป็นร้านกาแฟในโรงแรมแอมบาสเดอร์ ที่มีเครื่องชงกาแฟแบบเป็นเรื่องเป็นราวเป็นร้านแรกๆ Coffee Shop ในโรงแรมอื่นๆ จะเป็นแบบ Percolator ที่ใช้กระดาษกรองธรรมดา ชงที่ละ 10 แก้ว กว่าจะหมดโถก็หลายชั่วโมงอยู่ คนที่ได้ดื่มกาแฟแก้วท้ายๆ ก็จะได้รสขมอมเปรี้ยวของกาแฟโรบัสต้าล้วนที่ใช้กันอยู่ในขณะนั้น

ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า

ในปีนั้นคนย์การค้าในกรุงเทพฯ มีอยู่ไม่กี่แห่ง ที่อยู่กลางเมืองแถวราชดําริก็จะมีห้างโรบินสัน พอโซโก้ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่ของญี่ปุ่นมาเปิดที่สี่แยกเพลินจิตทาง UCC ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่มีอยู่ในโซโก้ทุกแห่งในญี่ปุ่นก็มาเปิดที่เมืองไทยด้วยในรูปแบบของแฟรนไชส์ โดยทาง UCC ได้ทําจอยเวนเจอร์กับบริษัทไทย ซึ่งฉันก็มีโอกาสได้เข้ามาทําร้านกาแฟเป็นครั้งแรกที่นี่ โดยถูกส่งไปฝึกงานเรื่องการบริหาร จัดการร้านกาแฟอย่างเป็นระบบที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 เดือน กลับมาเมืองไทยก็เริ่มทําทุกอย่างตั้งแต่หาวัตถุดิบ สั่งทําถ้วยกาแฟที่มีโลโก้ หาพนักงาน ฝึกอบรมพนักงาน จนถึงการจัดการภายในต่างๆ พอรูปแบบร้านกาแฟที่มีการบริหารจัดการอย่างทันสมัย เป็นระบบ เป็นต้นแบบสําหรับร้านกาแฟในสมัยนั้น ประกอบกับกลิ่นกาแฟที่หอมตลบอบอวลตอนบดเพื่อที่จะชงด้วยโถแก้วแบบไซฟ่อนแบบศิลปะแก้วต่อแก้ว ทําให้ร้านกาแฟ UCC ในสมัยนั้นเป็นที่รู้จัก และเป็นที่นิยมมากขึ้นด้วยรูปลักษณ์ของร้านที่ทันสมัย ประกอบกับการบริการที่มีระบบ นักธุรกิจก็เริ่มเปลี่ยนการเจรจาการค้าจากโรงแรมมาเป็นตามร้านกาแฟในห้างมากขึ้น พอห้างสรรพสินค้าเปิดใหม่ก็เหมือนกับจะมีรูปแบบเหมือนกันหมดคือต้องมีร้านกาแฟอยู่ภายในห้างด้วย เพื่อเป็นที่พักของบรรดานักช็อปทั้งหลาย ต่างกันเพียงว่าแต่ก่อน 1 ห้าง จะมีร้านกาแฟ 1-2 ร้าน ไม่เหมือนปัจจุบัน 1 ศูนย์การค้ามีร้านกาแฟเกือบสิบ ยิ่งตามโมเดิร์นเทรดอย่างบิ๊กซี คาร์ฟู โลตัส 1 ห้างมีร้านกาแฟตั้งแต่เป็นช็อป เป็นคีออสก์ เป็นคอร์นเนอร์ เป็นบูธเล็ก ๆ รวมกันแล้วเป็น 10 จุด ไม่รู้ว่าจะมีทําไมมากมายขนาดนั้น ถามเจ้าหน้าที่ห้างว่าทําไมร้านเราก็เปิดอยู่แล้ว ที่มีอยู่ก็หลายร้านยังไปหาคีออสก์กาแฟเล็กๆ มาเปิดใกล้ร้านเราอีกทําไม เขาก็บอกว่ามันเป็นคนละกลุ่มลูกค้า เห็นไหมว่าร้านกาแฟในห้างสรรพสินค้ามันมากเกินความต้องการของลูกค้าไปซะแล้ว

ข้อดีข้อเสียของร้านกาแฟในห้างฯ กัน

ข้อดีของการเปิดร้านในห้าง คือ จํานวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในห้างฯ มีมากสม่ำเสมอ ยิ่งเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดราชการ ยิ่งมาเป็นเท่าตัว มีที่จอดรถสะดวกสบาย

ข้อเสีย คือ กฏเกณฑ์ต่างๆ ภายในห้างมีมาก การเปิดปิดตามเวลา ค่าเช่ามีตั้งแต่แพงมหาโหด ถึงแพงมาก การแข่งขันสูง มีทุกระดับคู่แข่งทางตรงและทางอ้อม เดี๋ยวนี้จะเรียกร้องคําสัญญาเรื่องการไม่เปิดร้านซ้ำในธุรกิจเดียวกันจากห้างสรรพสินค้าไหนๆ ก็ไม่มีอีกต่อไปแล้ว

สํานักงาน

เลือกสํานักงานที่มีพนักงานอยู่มากพอสมควร ถ้าพนักงาน ในตึกมีไม่ถึง 2,000 คน ก็ไม่น่าลงทุนเปิดร้านขนาดใหญ่ แค่มุมกาแฟเล็กๆ บรรยากาศสบายๆ ให้เป็นที่หลบพักสมอง จิบกาแฟสบายๆให้หายง่วง มีมุมให้ลูกค้านั่งคุยกันเรื่องงานสัก 2-3 โต๊ะ ข้อดีของพื้นที่ในอาคารสํานักงาน คือ ค่าเช่าไม่แพงเท่าห้างฯ แต่ข้อเสียก็คือ เปิดขายได้แค่สัปดาห์ละ 5 วัน เสาร์อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ก็ต้องปิดร้าน เวลาขายก็ไม่เกิน 10 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น